| Key messages :เรายังคงมอง NEO ในเชิงบวกจากโมเมนตัมยอดขายที่แข็งแกร่ง (เติบโตมากกว่า 20% ช่วง ก.ค.-ส.ค. 69) ต้นทุน ราคาน้ำมันเมล็ดในปาล์ม (CPKO) และต้นทุนวัตถุดิบอื่นๆ ที่ผ่อนคลายลง และ margin ก็ดีขึ้นด้วย มองระยะสั้น เราคาดยอดขายเบื้องต้น 3Q69F จะเติบโตที่เลขสองหลักและโมเมนตัมที่แข็งแกร่งนี้จะดีต่อเนื่องไปถึง 4Q69F ขณะนี้ เราคงประมาณการกำไรปี 2569F/2570F ที่ 648 ลบ./729 ลบ. และคงคำแนะนำ “ซื้อ” NEO ราคาเป้าหมายสิ้นปี 2570F ที่ 26.70 บาทต่อหุ้น อิงจาก PE ที่ 11x เช่นเดิม จากแนวโน้มการดำเนินงานที่ดีขึ้นช่วยเพิ่มกำไรให้เติบโตชัดเจนยิ่งขึ้น ยอดขายที่แข็งแกร่งและมาร์จิ้นฟื้นตัวช่วยหนุนกำไรEvent : . Update บริษัท Impact :โมเมนตัมยอดขายที่แข็งแกร่งจะหนุนกำไร 3Q69F . เราคาดยอดขาย 3Q69F ของ NEO เบื้องต้นว่าจะยังคงเติบโตที่เลขสองหลัก หลังจากยอดขายช่วง ก.ค.-ส.ค. เติบโตโดดเด่นกว่า 20% และเพิ่มขึ้น 18% YoY ใน 2Q69 การเติบโตนี้ยังคงได้แรงหนุนจากโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ของภาครัฐ ซึ่งเป็นมาตรการรัฐร่วมจ่ายที่ช่วยกระตุ้นยอดขายในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ รวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ (new product development: NPD) และการนำสินค้าเดิมกลับมาวางจำหน่ายอีกครั้ง นอกจากนี้ การปรับราคาสินค้าบางรายการขึ้น 4-5% (เริ่มตั้งแต่ ก.ค. 69) จะช่วยผลักดันรายได้ให้เติบโตได้อีกด้วย มองต่อไป เราคาดว่าโมเมนตัมยอดขาย 4Q69F จะยังแข็งแกร่งต่อเนื่องจากผลการดำเนินงานของแบรนด์ที่แข็งแกร่ง ความสำเร็จของ NPD และการนำสินค้าเดิมกลับมาวางจำหน่ายอีกครั้ง บวกกับอุปสงค์แข็งแกร่งขึ้นตามฤดูกาลช่วง high season ราคา CPKO ที่ลดลงช่วยลดแรงกดดันด้าน margin ลง . การที่ราคา CPKO ใน ส.ค. 69 ลดลง 7% MoM อยู่ที่ US$2,264/mt. ช่วยลดแรงกดดันจากราคาที่ก่อนหน้านี้ยังสูงอยู่จากอุปสงค์จากผู้นำเข้ารายใหญ่ที่อ่อนตัวลง และผลผลิตตามฤดูกาลที่เพิ่มขึ้นเร็วกว่าปริมาณการส่งออก ขณะที่ ราคาเฉลี่ยช่วง 3QTD ลดลง 3% QoQ อยู่ที่ US$2,323/mt. ด้านราคาต้นทุนสารลดแรงตึงผิว (surfactant cost) และบรรจุภัณฑ์ยังคงมีแนวโน้มลดลงเข้าใกล้ระดับก่อนเกิดความขัดแย้งในตะวันออกกลาง เมื่อรวมกับการบริหารต้นทุนวัตถุดิบที่เข้มงวดมากขึ้นกับต้นทุนวัตถุดิบที่ผ่อนคลายลงก็น่าจะช่วยลดแรงกดดันต่อ margin ขณะที่ เราคาดว่า gross margin ใน 3Q69F จะดีขึ้นอยู่ที่ราว 38-39% จาก 37.0% ใน 3Q68 และ 38.4% ใน 2Q69 คงประมาณการกำไรปี 2569F/2570F . เราคงประมาณการกำไรปี 2569Fที่ 648 ลบ. (+15% YoY) และปี 2570F ที่ 729 ลบ. (+13% YoY) จากรายได้เติบโตต่อเนื่องและ margin ฟื้นตัวดี ในเบื้องต้น เราคาดว่ากำไร 3Q69F ของ NEO จะดีขึ้นทั้ง YoY และ QoQ จากโมเมนตัมยอดขายที่ยังแข็งแกร่งและ margin ฟื้นตัวเพิ่มเติม ดังนั้น ยอดขายที่แข็งแกร่งและต้นทุนวัตถุดิบที่ถูกกดดันน้อยลงจะช่วยเพิ่มประมาณการกำไรปี 2569F ของเราให้ชัดเจน Valuation & action :. เรายังคงมอง NEO เชิงบวกจาก i) โมเมนตัมยอดขายแข็งแกร่ง ii) ต้นทุนวัตถุดิบที่ผ่อนคลายลง และ iii) margin ดีขึ้น ทั้งนี้ เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” NEO ราคาเป้าหมายสิ้นปี 2570F ที่ 26.70 บาทต่อหุ้น อิงจาก PE ที่ 11x (-0.5 S.D.) เช่นเดิม Risks :. ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว การแข่งขันสูงขึ้น การเปลี่ยนแปลงความชอบของลูกค้า Panthip Apai, IAA 66.2658.8888 Ext. 8856 panthipa@kgi.co.th |