| ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดแดนลบในวันอังคาร (8 ก.ย.) โดยดัชนี S&P 500 ถูกกดดันจากหุ้น Salesforce และหุ้นอื่น ๆ ในกลุ่มบริษัทซอฟต์แวร์ ขณะที่ความขัดแย้งในตะวันออกกลางส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น ด้านนักลงทุนจับตาข้อมูลเงินเฟ้อเดือนส.ค. เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ 52,786.07 จุด ลดลง 628.18 จุด (-1.18%), ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 7,673.52 จุด ลดลง 45.08 จุด (-0.58%) และดัชนีแนสแดคปิดที่ 26,421.41 จุด ลดลง 85.58 จุด (-0.32%) หุ้น Salesforce และ Intuit ร่วงลงราว 4% ขณะที่หุ้น ServiceNow ลดลง 5% หลังการเปิดตัวโมเดลปัญญาประดิษฐ์รุ่นล่าสุด GPT-6 Astra ของ OpenAI เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งสร้างความกังวลระลอกใหม่ว่า โมเดล AI อาจเข้ามาแข่งขันและกระทบต่อบริษัทที่ให้บริการซอฟต์แวร์เฉพาะด้าน เจด เอลเลอร์บรูค ผู้จัดการพอร์ตการลงทุนของ Argent Capital Management กล่าวว่า “Astra ได้สร้างความกังวลว่า AI จะดิสรัปต์ธุรกิจซอฟต์แวร์อีกครั้ง และทำให้หุ้นเซมิคอนดักเตอร์และบริษัทที่ได้ประโยชน์จากการลงทุนในดาต้าเซ็นเตอร์ปรับตัวดีขึ้น ขณะที่หุ้นซอฟต์แวร์อ่อนแรง ขณะเดียวกัน นักลงทุนเพิ่มการคาดการณ์ว่า เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 15-16 ก.ย. หลังตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนส.ค. แข็งแกร่งกว่าที่คาดไว้มาก ตลาดจับตาดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) และดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนส.ค. ที่จะเปิดเผยในสัปดาห์นี้ เพื่อประเมินแนวโน้มเงินเฟ้อ ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญก่อนการตัดสินใจนโยบายการเงินของเฟด โดยข้อมูลจากเครื่องมือ FedWatch ของ CME ระบุว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 60% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมนโยบายสัปดาห์หน้า สงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่านยังคงเป็นปัจจัยกดดันตลาดหุ้น โดยราคาน้ำมันแตะระดับสูงสุดในรอบ 6 สัปดาห์เมื่อวันอังคาร หลังกลุ่มฮูตีในเยเมนโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของซาอุดีอาระเบีย ส่งผลให้เกิดเพลิงไหม้ พร้อมขู่ว่าจะขยายวงสงครามในตะวันออกกลางครั้งใหญ่ ขณะที่การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซชะลอตัวลง ด้านอิหร่านขู่ว่าจะตอบโต้หากสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีครั้งใหม่เมื่อวันจันทร์ เจฟฟ์ เดอร์กูราเฮียน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของ loanDepot กล่าวว่า “ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านเริ่มดูเหมือนว่า จะไม่ใช่ปัจจัยชั่วคราวที่สร้างความปั่นป่วนอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นปัจจัยพื้นฐานที่ตลาดต้องเผชิญในระยะยาว” ภาพรวมหุ้นรายตัว-รายอุตสาหกรรม - ดัชนี S&P 500 กลุ่มซอฟต์แวร์และบริการลดลง 1.4% ปิดแดนลบติดต่อกันเป็นวันที่ 2 - หุ้น Intel พุ่งขึ้น 9% และหุ้น Qualcomm เพิ่มขึ้น 3.2% หลังบรรลุข้อตกลงกับ Amazon เพื่อพัฒนาชิป AI แบบ custom ให้กับ Amazon - หุ้น Apple ลดลง 1.2% ก่อนงาน Apple Event ซึ่งจะมีการเปิดตัว iPhones 18 Series ภายใต้การนำของจอห์น เทอร์นัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนใหม่ - หุ้นกลุ่มพลังงานในดัชนี S&P 500 เพิ่มขึ้น 1% นำโดยหุ้น Marathon Petroleum ที่เพิ่มขึ้น 2.4% และหุ้น Occidental Petroleum เพิ่มขึ้น 1% - หุ้นกลุ่มคริปโทเคอร์เรนซีปิดแดนลบ หลังราคา Bitcoin ลดลงจากระดับ 80,000 ดอลลาร์ โดยหุ้น Coinbase ร่วงลง 3.1% และหุ้น Strategy ดิ่ง 4.4% ภาพรวมปริมาณการซื้อขาย - ปริมาณการซื้อขายในตลาดหุ้นสหรัฐฯ อยู่ที่ 15,700 ล้านหุ้น สูงกว่าค่าเฉลี่ยช่วง 20 วันทำการ ซึ่งอยู่ที่ 14,900 ล้านหุ้น - ดัชนี S&P 500 มีหุ้นทำจุดสูงสุดใหม่ในรอบ 52 สัปดาห์ จำนวน 5 ตัว และทำจุดต่ำสุดใหม่ 10 ตัว โดยมีหุ้นลบมากกว่าหุ้นบวกในสัดส่วน 2.4 ต่อ 1 หุ้น - ดัชนีแนสแดค มีหุ้นทำจุดสูงสุดใหม่ 55 ตัว และจุดต่ำสุดใหม่ 136 ตัว ที่มา Reuters อ่านข่าวสารของสำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทยเพิ่มเติมได้ที่ : https://url.in.th/w-stock-news |