| *** สัญญาน้ำมันดิบเวสต์ เท็กซัส (WTI) งวดส่งมอบเดือนต.ค. ปิดที่ 93.03 ดอลลาร์/บาร์เรล เพิ่มขึ้น 1.55 ดอลลาร์ หรือ +1.7% สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนพ.ย. ปิดที่ 97.92 ดอลลาร์/บาร์เรล เพิ่มขึ้น 92 เซนต์ หรือ +0.9% ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 6 สัปดาห์อีกครั้งเมื่อวันอังคาร (8 ก.ย.) หลังกลุ่มฮูตีในเยเมนซึ่งมีอิหร่านหนุนหลังเปิดฉากโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของซาอุดีอาระเบีย ส่งผลให้เกิดเพลิงไหม้ และเพิ่มความเสี่ยงที่สงครามในตะวันออกกลางจะขยายวงลุกลาม *** กลุ่มฮูตีในเยเมนโจมตีเมือง 4 แห่งทางตอนใต้ของซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเป็นพันธมิตรของสหรัฐฯ เมื่อวันอังคาร ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บมากกว่า 70 คน และเกิดเพลิงไหม้ในบริเวณโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมัน ท่ามกลางสถานการณ์ที่อาจนำไปสู่การขยายวงครั้งใหญ่ของสงครามในตะวันออกกลาง ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ รายหนึ่งเปิดเผยว่า กองกำลังสหรัฐฯ โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของอิหร่านหลายลำที่เชื่อมโยงกับกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม เพื่อตอบโต้ความพยายามของอิหร่านในการโจมตีเรือรบของกองทัพเรือสหรัฐฯ โดยถือเป็นการกลับมาโจมตีอิหร่านอีกครั้งของสหรัฐฯ หลังหยุดปฏิบัติการไป 2 วัน *** รัฐบาลอังกฤษผลักดันมาตรการคว่ำบาตรต่อนิคมชาวอิสราเอลในเขตเวสต์แบงก์ ขณะที่เจ้าหน้าที่และสมาชิกสภาคองเกรสสหรัฐฯ เตือนว่า การดำเนินมาตรการดังกล่าวอาจส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจต่ออังกฤษ เอ็ด มิลลิแบนด์ รัฐมนตรีต่างประเทศอังกฤษ กล่าวในรัฐสภาเมื่อวันอังคารว่า อังกฤษจะสั่งห้ามนำเข้าสินค้าจากนิคมชาวอิสราเอลที่ตั้งอยู่บนพื้นที่ซึ่งประชาคมระหว่างประเทศยอมรับว่าเป็นดินแดนของชาวปาเลสไตน์ โดยคาดว่ามาตรการดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ภายใน 6-9 เดือน *** สหภาพยุโรป (EU) และแคนาดากำลังเดินหน้าสร้างความสัมพันธ์รูปแบบใหม่ ครอบคลุมตั้งแต่การค้าไปจนถึงความมั่นคง เพื่อถ่วงดุลอำนาจโลกที่ปัจจุบันถูกขับเคลื่อนโดยสหรัฐฯ และจีน กรอบความร่วมมือดังกล่าวจะครอบคลุมความสัมพันธ์ในทุกด้าน ทั้งการค้า ความมั่นคง ห่วงโซ่อุปทาน และวัตถุดิบสำคัญ โดยมีเป้าหมายที่จะทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างแคนาดากับสหภาพยุโรปใกล้เคียงกับสถานะสมาชิกสหภาพยุโรปมากที่สุดเท่าที่กฎหมายจะเอื้ออำนวย โดยไม่เข้าเป็นสมาชิกอย่างเป็นทางการ *** ไอเมียร์ บอนเนอร์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของ Chevron กล่าวว่า บริษัทจะเพิ่มจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันที่ดำเนินงานในเวเนซุเอลามากกว่า 2 เท่า ภายใต้แผนระยะ 5 ปีเพื่อเพิ่มการผลิตน้ำมันในประเทศ ตามข้อมูลที่เปิดเผยในงานประชุมของ Barclays เมื่อวันอังคาร โดยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา Chevron บริษัทน้ำมันรายใหญ่ของสหรัฐฯ เปิดเผยว่า บริษัทร่วมทุนในเวเนซุเอลาจะลงทุนมากกว่า 7,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อเพิ่มการผลิตน้ำมันมากกว่า 2 เท่า สู่ระดับ 600,000 บาร์เรลต่อวันภายในปี 2031 *** สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ กล่าวว่า การขยายโครงการซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ รุ่นเก่ามีเป้าหมายเพื่อคลายความร้อนแรงในตลาดพันธบัตร พร้อมปฏิเสธว่าการปรับตัวลงของพันธบัตรในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาเกิดจากความกังวลเกี่ยวกับการก่อหนี้ของรัฐบาล โดยระบุว่า หากเป็นเช่นนั้นจริง พันธบัตรสหรัฐฯ ก็ควรให้ผลตอบแทนแย่กว่าพันธบัตรเยอรมนี เบสเซนต์ยังโต้แย้งเสียงวิจารณ์ที่มองว่ามาตรการของกระทรวงการคลังมีลักษณะคล้ายการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) โดยย้ำว่าแนวทางดังกล่าวใกล้เคียงกับ “Operation Twist” ในอดีตของเฟดมากกว่า *** สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ กล่าวว่า รัฐบาลสหรัฐฯ จะพยายามผลักดันแผนลดการขาดดุลงบประมาณของรัฐบาลกลางผ่านสภาคองเกรสภายในสิ้นปีนี้ หากพรรคเดโมแครตสามารถพลิกครองเสียงข้างมากในสภาใดสภาหนึ่งได้ในการเลือกตั้งกลางเทอมเดือนพ.ย. โดยยังระบุว่า ขณะนี้ตนเองกำลังทำงานร่วมกับรัสส์ วอจท์ ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารและงบประมาณสหรัฐฯ (OMB) เพื่อจัดทำแผนปรับดุลการคลัง ซึ่งอาจช่วยลดการขาดดุลงบประมาณของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ *** กระทรวงการคลังสหรัฐฯ เพิ่มสายการบินอิหร่านหลายแห่งเข้าสู่บัญชี Specially Designated Nationals List (SDN) พร้อมคว่ำบาตรบริษัทที่ให้การสนับสนุนสายการบิน Mahan Air ของอิหร่าน นอกจากนี้ ยังระบุว่า ได้ขึ้นบัญชีคว่ำบาตรเป้าหมาย 36 รายการ เนื่องจากสนับสนุนภาคการบินของอิหร่าน ซึ่งรัฐบาลอิหร่านใช้สำหรับขนส่งอาวุธ บุคลากร และสินค้าที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมผิดกฎหมาย *** ศาลและหน่วยงานกำกับดูแลทรัพย์สินทางปัญญาของจีนออกแนวทางทางกฎหมายใหม่ในการจัดการข้อพิพาทเกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) พร้อมเร่งกระบวนการอนุมัติสิทธิบัตร เพื่อช่วยให้บริษัทเทคโนโลยีในประเทศรับมือกับการปลอมแปลงสินค้าที่มีความซับซ้อนมากขึ้น การปรับปรุงกฎระเบียบดังกล่าวสะท้อนความพยายามเร่งด่วนของรัฐบาลจีนในการเสริมความแข็งแกร่งให้กับกรอบกฎหมาย ท่ามกลางความรุดหน้าของ AI และเทคโนโลยีสแกน 3 มิติ ซึ่งเปิดช่องทางใหม่สำหรับการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา และทำให้บริษัทจีนเผชิญความท้าทายมากขึ้นในการขยายธุรกิจไปทั่วโลก *** ธนาคารจีนเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลมากขึ้นเพื่อเพิ่มผลตอบแทน หลังตลาดสินเชื่อที่อยู่อาศัยและผู้บริโภคยังซบเซา โดยข้อมูลจากธนาคารกลางจีนระบุว่า การถือครองสินทรัพย์ของภาครัฐคิดเป็น 16.4% ของสินทรัพย์รวมของธนาคารในเดือนก.ค. เพิ่มขึ้นจาก 11.5% เมื่อ 5 ปีก่อน อย่างไรก็ตาม การเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในพันธบัตรของธนาคารนำมาซึ่งความเสี่ยง โดยเฉพาะความเป็นไปได้ที่ราคาพันธบัตรจะปรับตัวลงจากระดับใกล้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ รวมถึงความท้าทายของทางการจีนในการควบคุมความเสี่ยงในตลาดตราสารหนี้ *** SoftBank เตรียมหารือกับนักลงทุนในนิวยอร์ก เพื่อประเมินความสนใจต่อแผนออกหุ้นกู้สกุลดอลลาร์สหรัฐที่มีความเสี่ยงสูง เพื่อระดมทุนสำหรับการลงทุนในปัญญาประดิษฐ์ (AI) บริษัทกำลังพิจารณาระดมทุนราว 10,000-20,000 ล้านดอลลาร์ผ่านการออกหุ้นกู้ดังกล่าว ซึ่งอาจรวมถึงหุ้นกู้สกุลเงินยูโร และอาจส่งผลต่อตลาดตราสารหนี้ผลตอบแทนสูงของสหรัฐฯ ที่ผ่านมา SoftBank ทุ่มเงินหลายหมื่นล้านดอลลาร์ลงทุนในบริษัท AI ส่งผลให้ภาระหนี้ในงบดุลเพิ่มขึ้นและเกิดความกังวลว่าบริษัทมีความเสี่ยงจากการลงทุนใน AI มากเกินไป ล่าสุดจึงกำลังมองหาการกู้ยืมระยะยาวเพื่อรีไฟแนนซ์ภาระหนี้ดังกล่าว *** Qualcomm เปิดเผยว่า Amazon จะสั่งซื้อชิปสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ AI และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องจากบริษัท มูลค่าสูงสุด 60,000 ล้านดอลลาร์ ภายใต้ความร่วมมือระยะยาว ซึ่งจะช่วยสนับสนุนความพยายามของ Qualcomm ในการก้าวขึ้นเป็นซัพพลายเออร์รายสำคัญด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI อ่านข่าวสารของสำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทยเพิ่มเติมได้ที่ : https://url.in.th/w-stock-news |