| ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นในวันพฤหัสบดี (3 ก.ย.) หลังนักลงทุนลดคาดการณ์แนวโน้มที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย หลังจากคริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ หนึ่งในผู้ว่าการเฟดและสมาชิกคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) เผยว่า จะสนับสนุนการคงอัตราดอกเบี้ยต่อไป หากข้อมูลเศรษฐกิจบ่งชี้ว่า แรงกดดันด้านเงินเฟ้อกำลังชะลอตัวลง ดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ 53,686.11 จุด เพิ่มขึ้น 624.16 จุด (+1.18%), ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 7,747.71 จุด เพิ่มขึ้น 81.11 จุด (+1.06%) และดัชนีแนสแดคปิดที่ 26,584.06 จุด เพิ่มขึ้น 366.23 จุด (+1.40%) ดัชนีหุ้นหลักทั้ง 3 ปิดเพิ่มขึ้นกว่า 1% โดยดัชนีแนสแดคได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่ม Magnificent Seven และทั้ง 3 ดัชนีมีแนวโน้มปิดสัปดาห์ในแดนบวก วอลเลอร์ให้สัมภาษณ์กับรอยเตอร์ว่า ตนเองจะสนับสนุนการคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเฟดเดือนนี้ หากข้อมูลเศรษฐกิจที่กำลังจะเปิดเผยแพร่ยืนยันว่า แรงกดดันด้านราคากำลังผ่อนคลายลง แต่พร้อมสนับสนุนการขึ้นดอกเบี้ย หากเงินเฟ้อไม่ชะลอตัวลง หลังการแสดงความเห็นของวอลเลอร์ ข้อมูลจากเครื่องมือ FedWatch ของ CME บ่งชี้ว่า ตลาดการเงินลดคาดการณ์การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเฟดเดือนก.ย. ลงมาอยู่ที่ 50.4% จาก 63.2% เมื่อวันพุธ อัตราผลตอบแทนพันธบัตร หรือบอนด์ยีลด์อายุ 10 ปีของสหรัฐฯ ปรับตัวลงเป็นวันที่ 2 หลังจากพุ่งแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ย. 2023 โดยก่อนหน้านี้ ความคาดหวังในตลาดว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยพุ่งสูงขึ้นในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ส่งผลให้บอนด์ยีลด์ระยะยาวทั่วโลกทะยานแตะระดับสูงสุดในรอบหลายปี ขณะเดียวกันรายงานเศรษฐกิจที่เปิดเผยเมื่อวันพฤหัสบดีโดยรวมยังอยู่ในเกณฑ์ดี โดยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานอยู่ในระดับต่ำ และภาคบริการขยายตัวเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ข้อมูลยังแสดงให้เห็นว่า ต้นทุนปัจจัยการผลิตของภาคบริการพุ่งแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนต.ค. 2022 ขณะที่สหรัฐฯ ขาดดุลการค้า 88,600 ล้านดอลลาร์ ในเดือนก.ค. เพิ่มขึ้น 24.4% จากเดือนมิ.ย. ตลาดยังจับตารายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนส.ค. โดยผลสำรวจคาดว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะมีการจ้างงานเพิ่มขึ้น 56,000 ตำแหน่ง ขณะที่อัตราการว่างงานคาดว่าจะทรงตัวที่ 4.1% ภาพรวมหุ้นรายตัว-รายอุตสาหกรรม - ในบรรดาหุ้น 11 กลุ่มของดัชนี S&P 500 พบว่า กลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยบวกมากที่สุด (+1.58%) ขณะที่กลุ่มพลังงานลดลงมากที่สุด (-0.72%) - หุ้น Nvidia ปรับตัวขึ้น 1.8% หลังบริษัทประกาศว่าจะเข้าซื้อกิจการ Hugging Face แพลตฟอร์มสำหรับนักพัฒนา ด้วยมูลค่า 12,900 ล้านดอลลาร์ เพื่อแข่งขันกับ OpenAI และ Anthropic ในตลาดโมเดล AI - หุ้น Broadcom ร่วงลง 2.7% หลังบริษัทคาดการณ์รายได้ในไตรมาส 4 ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ - หุ้น Snowflake พุ่งขึ้น 16.6% หลังบริษัทคาดการณ์รายได้ตลอดทั้งปีที่แข็งแกร่ง ช่วยหนุนบรรยากาศการลงทุนในหุ้นกลุ่มซอฟต์แวร์ โดยหุ้น ServiceNow, Salesforce และ Adobe ปรับตัวขึ้นระหว่าง 2.1-6.5% ในวันเดียวกัน - หุ้นกลุ่มคริปโทเคอร์เรนซีปรับตัวขึ้น หลังบิตคอยน์กลับมาฟื้นตัว โดยหุ้น Strategy พุ่งขึ้น 17.6% ขณะที่หุ้น Coinbase Global ทะยาน 10.1% ส่วนหุ้น Robinhood Markets พุ่งขึ้น 16.6% ภาพรวมปริมาณการซื้อขาย - ปริมาณการซื้อขายในตลาดหุ้นสหรัฐฯ อยู่ที่ 15,250 ล้านหุ้น สูงกว่าค่าเฉลี่ยช่วง 20 วันทำการ ซึ่งอยู่ที่ 15,090 ล้านหุ้น - ตลาดหุ้นนิวยอร์กมีหุ้นบวกมากกว่าหุ้นลบในสัดส่วน 1.98 ต่อ 1 หุ้น โดยมีหุ้นทำจุดสูงสุดใหม่ในรอบ 52 สัปดาห์ 284 ตัว และจุดต่ำสุดใหม่ 186 ตัว - ตลาดหุ้นแนสแดคมีหุ้นบวก 2,957 ตัว และหุ้นลบ 1,771 ตัว โดยมีหุ้นบวกมากกว่าหุ้นลบ ในสัดส่วน 1.67 ต่อ 1 หุ้น - ดัชนี S&P 500 มีหุ้นทำจุดสูงสุดใหม่ในรอบ 52 สัปดาห์ จำนวน 14 ตัว และทำจุดต่ำสุดใหม่ 8 ตัว ขณะที่ดัชนีแนสแดค มีหุ้นทำจุดสูงสุดใหม่ 71 ตัว และจุดต่ำสุดใหม่ 116 ตัว ที่มา Reuters อ่านข่าวสารของสำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทยเพิ่มเติมได้ที่ : https://url.in.th/w-stock-news |