| ตลาดหุ้นสหรัฐฯ กลับมารีบาวด์บางส่วนในวันพุธ (2 ก.ย.) หลังร่วงต่อเนื่อง 3 วัน โดยนักลงทุนเข้าช้อนซื้อหุ้นกลุ่มที่ถูกเทขายอย่างหนักหลังตลาดเข้าสู่โหมด risk-off ในช่วงที่ผ่านมา ดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ 53,061.89 จุด เพิ่มขึ้น 295.01 จุด (+0.56%), ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 7,666.60 จุด เพิ่มขึ้น 35.13 จุด (+0.46%) และดัชนีแนสแดคปิดที่ 26,217.83 จุด เพิ่มขึ้น 118.05 จุด (+0.45%) บรรยากาศการซื้อขายในตลาดได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มการบิน (+2.61%), หุ้นกลุ่มเหมืองแร่ทองคำและโลหะเงิน (+3%) รวมถึงหุ้นธนาคารระดับภูมิภาค (+2.15%) ขณะที่กลุ่มซอฟต์แวร์และบริการ (-1.70%) ปรับตัวแย่กว่าตลาด หลังถูกมองว่าอาจได้รับผลกระทบจากการเข้ามาของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ดัชนี Russell 2000 ซึ่งเป็นหุ้นขนาดเล็ก ปรับตัวขึ้น 1.1% และทำผลงานดีกว่าดัชนีหุ้นหลัก อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของตลาดหุ้นยังถูกจำกัดจากแรงเทขายพันธบัตรทั่วโลกซึ่งส่งผลกระทบต่อตลาด ท่ามกลางแรงกดดันจากความกังวลเรื่องเงินเฟ้อและหนี้รัฐบาลที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะที่ความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังซ้ำเติมสถานการณ์ เนื่องจากส่งผลให้ราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้น บอนด์ยีลด์อายุ 2 ปีของสหรัฐฯ แตะระดับ 4.41% ในวันพุธ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนม.ค. 2025 ขณะที่บอนด์ยีลด์ อายุ 10 ปี พุ่งแตะ 4.818% ในช่วงสั้น ๆ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ย. 2023 อย่างไรก็ตาม บอนด์ยีลด์ทั้งสองรุ่นลดลงจากระดับสูงสุดหลังปิดตลาด สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุด ข้อมูลการจ้างงานจาก Automatic Data Processing (ADP) เผยว่า การจ้างงานภาคเอกชนในเดือนส.ค. เพิ่มขึ้น 38,000 ตำแหน่ง ต่ำกว่าคาดการณ์นักวิเคราะห์ ซึ่งคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 47,000 ตำแหน่ง ขณะที่คำสั่งซื้อสินค้าทุนพื้นฐานปรับลดลง สะท้อนว่าแผนการใช้จ่ายของภาคธุรกิจสหรัฐฯ อาจเริ่มชะลอตัว นักลงทุนจับตาข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ หลายรายการที่จะประกาศวันนี้ อาทิ ยอดนำเข้า-ส่งออก และดุลการค้า เดือนก.ค., ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการขั้นสุดท้ายเดือนส.ค.จาก S&P Global และดัชนีภาคบริการเดือนส.ค.จากสถาบันจัดการด้านอุปทาน (ISM) ภาพรวมหุ้นรายตัว-รายอุตสาหกรรม - ดัชนีหุ้นเซมิคอนดักเตอร์ฟิลาเดลเฟียปรับตัวขึ้น 0.45% ขณะที่นักลงทุนจับตาผลประกอบการไตรมาส 2 ของ Broadcom ซึ่งประกาศหลังตลาดปิด - หุ้น Nvidia ปิดพุ่ง 3.2% ขณะที่หุ้น Micron และ Qualcomm เพิ่มขึ้น 2.4% และ 2.0% ตามลำดับ - ในบรรดาหุ้น 11 กลุ่มของดัชนี S&P 500 พบว่า กลุ่มวัสดุปรับตัวขึ้นมากที่สุด (+1.53%) ขณะที่กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ปิดลบ 0.79% และเป็นกลุ่มเดียวที่ปิดลบ - หุ้น Dell ปิดพุ่ง 15.8% หลังบริษัทปรับเพิ่มคาดการณ์กำไรและรายได้ตลอดทั้งปี - หุ้น Brown-Forman บวก 3.9% หลังรายงานกำไรรายไตรมาสสูงกว่าคาด - หุ้น Uber Technologies เพิ่มขึ้น 1.6% หลังเผยแผนปลดพนักงานราว 10% ของพนักงานทั้งหมด ภาพรวมปริมาณการซื้อขาย - ปริมาณการซื้อขายในตลาดหุ้นสหรัฐฯ อยู่ที่ 14,750 ล้านหุ้น ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยช่วง 20 วันทำการ ซึ่งอยู่ที่ 15,190 ล้านหุ้น - ตลาดหุ้นนิวยอร์กมีหุ้นบวกมากกว่าหุ้นลบในสัดส่วน 1.78 ต่อ 1 หุ้น โดยมีหุ้นทำจุดสูงสุดใหม่ในรอบ 52 สัปดาห์ 150 ตัว และจุดต่ำสุดใหม่ 290 ตัว - ตลาดหุ้นแนสแดคมีหุ้นบวก 3,102 ตัว และหุ้นลบ 1,679 ตัว โดยมีหุ้นบวกมากกว่าหุ้นลบ ในสัดส่วน 1.85 ต่อ 1 หุ้น - ดัชนี S&P 500 มีหุ้นทำจุดสูงสุดใหม่ในรอบ 52 สัปดาห์ จำนวน 12 ตัว และทำจุดต่ำสุดใหม่ 10 ตัว ขณะที่ดัชนีแนสแดค มีหุ้นทำจุดสูงสุดใหม่ 58 ตัว และจุดต่ำสุดใหม่ 135 ตัว ที่มา Reuters และ CNBC อ่านข่าวสารของสำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทยเพิ่มเติมได้ที่ : https://url.in.th/w-stock-news |