| ||||||||||||||||||||
สรุปปัจจัยบวก (มุมมองนักวิเคราะห์)
+ คาดการณ์กำไร 3Q69 และ 9M69 เติบโต: ประเมินกำไร 3Q69 อยู่ที่ 13.4 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.4% YoY และ 1.5% QoQ ส่วนกำไรงวด 9 เดือนแรกของปี 69 คาดว่าจะอยู่ที่ 46.9 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.6% YoY และคงประมาณการกำไรทั้งปี 69 ที่ 53.3 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.6% YoY (บล.ฟิลลิป)
+ รายได้ค่าธรรมเนียมเติบโตโดดเด่นจากธุรกิจ Wealth Management: การร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลกหนุนให้รายได้ธุรกิจบริหารความมั่งคั่งเติบโตกว่า 30% YoY ทั้งใน 2H25 และ 1H26 ดันสัดส่วนรายได้ส่วนนี้พุ่งเป็น 42% ของรายได้ค่าธรรมเนียมรวม และคาดว่ารายได้ค่าธรรมเนียมรวมจะเติบโต 15% ในปี 69 และ 16% ในปี 70 (บล.เคจีไอ, บล.กรุงศรี)
+ AUM เติบโตแข็งแกร่ง: มูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) ทั้งกองทุนรวมและกองทุนส่วนบุคคลเติบโตเร่งตัวขึ้น 11% YTD หนุนการเติบโตของส่วนแบ่งการตลาด (บล.เคจีไอ)
+ ปันผลน่าสนใจและสูงที่สุดในกลุ่ม: คาดการณ์อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend yield) อยู่ในระดับสูงที่ 5-6% ต่อปี (คาดปี 69 จ่าย 15 บาท/หุ้น, ปี 70 จ่าย 16.50 บาท/หุ้น) และยังมีโอกาสจ่ายปันผลพิเศษจากเงินที่เหลือในโครงการซื้อหุ้นคืน (บล.ฟิลลิป, บล.กรุงศรี, บล.ทรีนีตี้)
+ การบริหารคุณภาพสินทรัพย์ทำได้ดี: สามารถควบคุมค่าใช้จ่ายสำรอง (Credit cost) และ NPL ได้ดี รวมถึงเป็นหนึ่งในธนาคารที่ได้ประโยชน์จาก Investment Cycle รอบใหม่ (บล.กรุงศรี)
สรุปปัจจัยลบ (มุมมองนักวิเคราะห์)
- คาดการณ์กำไร 3Q69 อ่อนตัวลง: ประเมินกำไรสุทธิ 3Q69 ในกรอบ 12,649 - 12,700 ล้านบาท ลดลง 2-3% YoY และลดลง 4-5% QoQ และมองว่ากำไรใน 4Q69 จะอ่อนตัวลง QoQ ตามฤดูกาล (บล.กรุงศรี, บล.ทรีนีตี้)
- รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย (Non-NII) และ NIM ลดลง: คาดรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยอ่อนตัว 6% QoQ โดยเฉพาะจากกำไรเงินลงทุน (FVTPL) ที่ลดลงตาม Bond Yield ที่สูงขึ้น ประกอบกับส่วนต่างดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ลดลงและมีแรงกดดันต่อเนื่อง (บล.กรุงศรี, บล.ทรีนีตี้, บล.เคจีไอ)
- แนวโน้มสินเชื่อหดตัวและเสี่ยง NPL เพิ่ม: คาดว่าสินเชื่อใน 3Q69 จะหดตัว 0.3% QoQ ซึ่งอาจส่งผลให้สัดส่วน NPL ต่อสินเชื่อรวมเพิ่มสูงขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้าที่ 3.18% (บล.ฟิลลิป, บล.เคจีไอ)
- ต้นทุนค่าใช้จ่ายอยู่ในระดับสูง: ค่าใช้จ่ายสำรองหนี้ (Credit Cost) คาดว่ายังทรงตัวในระดับสูงราว 158 bps (ใกล้เคียงกรอบบนเป้าหมายของธนาคาร) เนื่องจากยังต้องตั้งสำรองส่วนเกินรับความผันผวนของมหภาค นอกจากนี้ยังมีค่าใช้จ่ายด้าน IT ที่เพิ่มขึ้น (บล.กรุงศรี, บล.ทรีนีตี้)
- ความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ: ปัญหาเศรษฐกิจชะลอตัว และคุณภาพหนี้ที่แย่ลง อาจเป็นความเสี่ยงต่อผลการดำเนินงานในอนาคต (บล.ทรีนีตี้)
.

