| โตได้ตามยอดขายรถที่ฟื้นตัวKey Point : ยอดจดทะเบียนรถบรรทุกในปี 69 เพิ่มสูงขึ้นจากปี 68 อย่างต่อเนื่องซึ่งจะทำให้สินเชื่อของ THANI เติบโตได้ และน่าจะทำได้ตามเป้า การปล่อยสินเชื่ออย่างเข้มงวด และการติดตามลูกหนี้อย่างใกล้ชิดส่งผลให้รถยึดลดลงต่อเนื่อง และราคารถมือสองที่ทรงตัวทำให้ผลขาดทุนจากการขายรถยึดน่าจะลดลงได้อีก และต้นทุนดอกเบี้ยยังมีแนวโน้มลดลง ส่งผลดีต่อส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย ยังคงประมาณการกำไร และคงราคาพื้นฐาน ยังเหลือส่วนต่างพอสมควร และยังมีปันผลน่าสนใจด้วย แนะนำ “ซื้อ” ยอดจดทะเบียนรถบรรทุกปี 69 ดีกว่าปี 68 ต่อเนื่อง. สินเชื่อรถบรรทุกยังคงเป็นสินเชื่อหลักของ THANI โดยคิดเป็นสัดส่วน 66% ของสินเชื่อทั้งหมด ซึ่งยอดขายรถบรรทุกในปี 69 นั้นยังดีกว่าปี 68 ในทุกเดือน โดยข้อมูลล่าสุดที่ ณ เดือน ส.ค. มียอดขาย 5,139 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือน ส.ค. ปี 68 ที่มียอดขาย 2,663 คันถึง 93% y-y และยังเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ THANI คาดว่าจะทำให้การปล่อยสินเชื่อในปี 69 ทำได้ตามเป้า จากเป้าที่ตั้งไว้ที่ 17 พันลบ. โดย 1H69 สามารถปล่อยสินเชื่อได้แล้ว 8.2 พันลบ. อย่างไรก็ตามการเน้นปล่อยสินเชื่อรถบรรทุกใหม่ซึ่งให้ผลตอบแทนที่ต่ำกว่าสินเชื่อรถมือ 2 อาจจะทำให้ผลตอบแทนสินเชื่อลดต่ำลงแสดงให้เห็นถึงผลตอบแทนสินเชื่อใน 2Q69 ที่ลดลงเหลือ 6.81% จาก 1Q69 ที่มีผลตอบแทนสินเชื่ออยู่ 6.85% จำนวนรถยึดลดลงต่อเนื่อง ในขณะที่ราคารถมือ 2 ทรงตัว. จากการปล่อยสินเชื่ออย่างระมัดระวัง และการติดตามหนี้อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้จำนวนรถยึดลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยใน 2Q69 THANI มีเหลืออยู่เพียง 99 คัน ลดลงมากจาก 2Q68 ที่เคยมีอยู่สูงถึง 336คันมาก และราคารถมือ 2 ที่ทรงตัว จะทำให้ผลขาดทุนจากการขายรถยึดน่าจะลดลงได้ต่อ ส่งผลดีต่อระดับการตั้งสำรอง ต้นทุนดอกเบี้ยยังมีแนวโน้มลดลงได้อีก และจะเห็นได้ชัดเจนขึ้นในปีหน้า. ถึงแม้ว่าผลตอบแทนสินเชื่ออาจจะลดลงจากการไปเน้นปล่อยสินเชื่อรถบรรทุกใหม่ แต่ต้นทุนดอกเบี้ยก็ยังมีแนวโน้มลดลงได้อีก จากทิศทางอัตราดอกเบี้ยในตลาด โดยใน 2Q69 อยู่ที่ 3.14% ซึ่งลดลงจาก 2Q68 ที่ 3.23% ส่งผลให้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นเป็น 3.66% จาก 2Q68 ที่มีส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย 3.39% และยังมีหุ้นกู้ที่จะครบกำหนดเพิ่มเติมอีก ซึ่งจะทำให้ต้นทุนดอกเบี้ยในปีหน้าลดลงอย่างมีนัยสำคัญมากกว่าปีนี้ คงประมาณการ และคงราคาพื้นฐาน แนะนำ “ซื้อ”. เรายังคงประมาณการกำไรปี 69 ของ THANI ไว้ที่ 1.4 พันลบ. เพิ่มขึ้น 22.9% y-y จากต้นทุนดอกเบี้ยและการตั้งสำรองที่ลดลง ถึงแม้จะคาดว่ารายได้ดอกเบี้ยอาจจะยังคงลดลงอยู่ ยังคงราคาพื้นฐานไว้ที่ 2.75 บาท เหลือส่วนต่างอยู่พอสมควร นอกจากนี้ปันผลยังน่าสนใจด้วย โดยเราคาดว่า THANI จะมีการจ่ายปันผลในปีนี้ 0.14 บาท/หุ้น คิดเป็น Div. yield 6.7% แนะนำ “ซื้อ” อดิสรณ์ มุ่งพาลชล นักวิเคราะห์การลงทุนด้านหลักทรัพย์ # 18577 โทร: 66 2 635 1700 #497
|