| กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ประกาศเมื่อวันพุธ (9 ก.ย.) ว่า เตรียมซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี และ 20 ปี มูลค่า 6,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อเพิ่มสภาพคล่องและพยุงราคาพันธบัตรรัฐบาล ซึ่งเผชิญแรงกดดันจากการเพิ่มขึ้นของบอนด์ยีลด์ วงเงินซื้อคืนที่ประกาศไปนั้น เพิ่มขึ้น 3 เท่าจากระดับซื้อคืนปกติ และเกิดขึ้นหลังจากที่ สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ เคยระบุเมื่อเดือนส.ค. ว่า จะเพิ่มวงเงินซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาลรุ่นเก่าขึ้นอีกอย่างน้อย 2 เท่า โดยขณะนั้นคาดว่าจะอยู่ที่ 4,000 ล้านดอลลาร์เป็นอย่างน้อย ซึ่งตลาดมองว่า มาตรการพิเศษนี้ยังมีเป้าหมายเพื่อสกัดการปรับตัวขึ้นของบอนด์ยีลด์ ซึ่งพุ่งแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ก่อนเกิดวิกฤตการเงินโลกในปี 2008 ตลาดเมิน ยีลด์ระยะยาวพุ่งต่อ อย่างไรก็ตาม บอนด์ยีลด์ยังปรับตัวขึ้นต่อ ท่ามกลางการซื้อขายที่ผันผวน ขณะที่บอนด์ยีลด์ระยะยาวปรับตัวขึ้นมากถึง 5 เบซิสพอยต์ ก่อนลดช่วงบวกลง บอนด์ยีลด์ อายุ 10 ปี ซึ่งเป็นมาตรวัดสำคัญของตลาด แตะระดับ 4.841% เมื่อคืนที่ผ่านมา ขณะที่บอนด์ยีลด์อายุ 20 ปี เพิ่มขึ้นแตะ 5.314% ส่วนยีลด์อายุ 30 ปี พุ่งขึ้น 5 เบซิสพอยต์ ทะลุระดับสำคัญที่ 5.3% ก่อนการประกาศในวันพุธ ตลาดเก็งกันว่า วงเงินซื้อคืนพันธบัตรอาจสูงกว่าการประกาศเบื้องต้นหลายเท่า หลังจากกระทรวงการคลังเคยประกาศเมื่อเดือนส.ค. ว่า วงเงินดังกล่าวจะเพิ่มขึ้นจากระดับปกติ 2 เท่า โรเบิร์ต ทิปป์ หัวหน้านักกลยุทธ์การลงทุนและหัวหน้าฝ่ายตราสารหนี้ของ PGIM Credit ให้ความเห็นว่า “กระทรวงการคลังกำลังออกพันธบัตรในปริมาณมหาศาล และพยายามควบคุมตลาดพันธบัตรระยะยาวด้วยมาตรการที่มีขนาดไม่ใหญ่นักเมื่อเทียบกับตลาดโดยรวม” “ตลาดคาดว่ากระทรวงฯ จะซื้อคืนพันธบัตรเป็นมูลค่า 6,000-10,000 ล้านดอลลาร์ หลังจากก่อนหน้านี้ประกาศว่าจะซื้อคืนอย่างน้อย 4,000 ล้านดอลลาร์ แต่ตัวเลขจริงกลับอยู่ที่ 6,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นกรอบล่างของคาดการณ์ ส่งผลให้ตลาดตอบรับเชิงลบและเกิดแรงขายพันธบัตรระยะยาว” ทิปป์กล่าว ทั้งนี้ การซื้อคืนจะดำเนินการในวันพฤหัสบดี โดยใช้เวลา 20 นาที และสิ้นสุดเวลา 14.00 น. ตามเวลาตะวันออกของสหรัฐฯ การปรับตัวขึ้นของบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ เกิดขึ้นจากหลายปัจจัย ทั้งหนี้รัฐบาลที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งเพิ่งทะลุระดับ 40 ล้านล้านดอลลาร์ ความกังวลเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับสูงจากมาตรการภาษีนำเข้า และสงครามอิหร่าน รวมถึงราคาพลังงานที่กลับมาพุ่งขึ้น โดยราคาน้ำมันดิบทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเมื่อวันพุธ ที่มา CNBC อ่านข่าวสารของสำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทยเพิ่มเติมได้ที่ : https://url.in.th/w-stock-news |