| BPS ตั้งเป้ารายได้ปี 69 แตะ 650 ลบ. เดินหน้าทรานส์ฟอร์มธุรกิจจากผู้จำหน่ายอุปกรณ์ไฟฟ้าสู่ Smart Infrastructure และ Technology Company ชู 5 กลุ่มธุรกิจโซลูชันครบวงจร เชื่อม AI-นวัตกรรม พร้อมต่อยอดรายได้จากงานบริการและ Subscription หวังสร้าง New S-Curve นายสุรพงษ์ สาเรชพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บีพีเอส เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ BPS เปิดเผยว่าภาพรวมรายได้ทั้งปี 2569 ตั้งเป้าเติบโตแตะระดับ 650 ล้านบาท จากครึ่งปีแรกทำได้แล้วประมาณ 300 ล้านบาท โดยบริษัทฯ ยังคงมุ่งเน้นการขยายฐานรายได้จากการเป็นเพียงผู้จำหน่ายอุปกรณ์ไฟฟ้า สู่การเป็นผู้นำด้านโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะ (Smart Infrastructure) และพลังงานยั่งยืน เพื่อสร้างการเติบโตที่มั่นคงและรวดเร็ว โดยบริษัทเดินหน้าแผนยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนธุรกิจผ่าน 5 กลุ่มบริการโซลูชันครบวงจร ยกระดับจากผู้เชี่ยวชาญด้านระบบไฟฟ้า และ Smart Construction สู่การเป็น Technology Company ที่เชื่อมโยงเทคโนโลยี AI, โซลูชัน และบริการแบบครบวงจร เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของลูกค้า และ พัฒนาคุณภาพชีวิต ต่อยอดไปสู่โมเดลธุรกิจที่สร้างรายได้จากการบริการในระยะยาว สำหรับ 5 กลุ่มธุรกิจบริการดังกล่าวมีดังนี้ 1. กลุ่มธุรกิจ Smart Construction & One Smart Supply บริษัทจากการต่อยอดจุดแข็งจากธุรกิจ Kitting Box สู่การเป็นผู้ให้บริการระบบโครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้าครบวงจร (Electrical Infrastructure) ทั้งระบบท่อ ราง สายไฟ และสายล่อฟ้า พร้อมทั้งการพัฒนาระบบการจัดการคลังสินค้าให้เป็นการบริการ One-Stop Service สำหรับโครงการก่อสร้าง เพื่อเชื่อมโยงสินค้า ระบบ และการบริการ ให้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า สามารถควบคุมต้นทุน ลดพื้นที่จัดเก็บ และเพิ่มความรวดเร็วในการดำเนินโครงการ พร้อมเดินหน้าเพิ่มมูลค่าจากฐานลูกค้าเดิม และขยายโอกาสสู่กลุ่มผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ อีกทั้ง บริษัทเตรียมพัฒนา “BPS Academy” ศูนย์อบรมทักษะด้านเทคโนโลยีโซลาร์เซลล์และระบบกล้องวงจรปิด และแพลตฟอร์ม “รวมช่าง” เพื่อสร้างเครือข่ายช่างและเพิ่มประสิทธิภาพช่องทางการจัดจำหน่าย เพื่อเชื่อมเครือข่ายผู้ผลิต ตัวแทนจำหน่าย ช่าง และลูกค้าเข้าด้วยกัน พร้อมสร้างโอกาสในการขยายฐานรายได้ในอนาคต ขณะเดียวกันบริษัทมีแผนการขยายเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายในพื้นที่ต่างจังหวัด และ สปป.ลาว โดยสนับสนุนตั้งแต่การเปิดโชว์รูม การบริหารสินค้า ไปจนถึงการเข้าถึงแหล่งเงินทุน พร้อมมุ่งสร้างความร่วมมือกับผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่มีความเข้าใจเทคโนโลยีและสามารถบริหารสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยบริษัทตั้งเป้าหมายยอดขายจากการขยายเครือข่ายดังกล่าวที่ระดับ 1,000 ล้านบาทในปี 2570 "ถ้าเราจะขยายธุรกิจด้วยตัวเราเอง ผมคิดว่ามันจะช้าเกินไป BPS ก็เลยคิดว่าเราจะต้องมีโมเดลที่ขยายธุรกิจ โดยที่เราเปลี่ยนลูกค้าของเราที่เป็นร้านค้าเนี่ย ให้เขาเป็น Dealer" นายสุรพงษ์กล่าว 2. กลุ่มธุรกิจ Smart Property & Smart Building มีแผนพัฒนาโครงการต่างๆ โดยมุ่งเน้นการเชื่อมต่อเครือข่ายและนำเสนอแพลตฟอร์มที่ช่วยเพิ่มศักยภาพองค์กร ตลอดจนยกคุณภาพอาคารและที่อยู่อาศัยให้ดีขึ้น อาทิ บริการเดินสายระบบโครงข่ายไฟเบอร์ออปติก (FTTx) ควบคู่ไปกับการเชื่อมต่อผ่านแอปพลิเคชัน "Tita", ระบบกล้องวงจรปิดอัจฉริยะที่สามารถเชื่อมต่อกับกล้องวงจรปิดเดิมที่มีอยู่แล้วได้ทันที โดยมีแผนการสร้างกลุ่มตัวแทนจำหน่ายทั้งในประเทศ และ สปป. ลาว ซึ่งมีระบบนิเวศทางเทคโนโลยีที่ครอบคลุม ขณะเดียวกันยังมีการพัฒนา Smart Home และ ระบบหมุนเวียนอากาศอัจฉริยะ ด้วยกลยุทธ์การสร้างระบบให้เชื่อมต่อแพลตฟอร์มระดับโลกและการให้ข้อมูลโดยตรง เพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมายผู้ใช้บริการรายบุคคลมากขึ้น 3. กลุ่มธุรกิจ Data Platform และ Smart Monitoring บริษัทอยู่ระหว่างขยายโอกาสในตลาด Data Centerรวมถึงการพัฒนาขอบเขตการให้บริการและผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมความต้องการของโครงการ อาทิ ระบบรายงานข้อมูลด้านความปลอดภัย การตรวจจับและติดตามประสิทธิภาพการดำเนินงาน ก่อนประเมินศักยภาพเพื่อพัฒนาเป็นบริการเชิงพาณิชย์ โดยมีกลุ่มเป้าหมายในประเทศ และ สปป.ลาว ร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจ 4. กลุ่มธุรกิจ Smart Energy & Energy Management บริษัทมุ่งพัฒนา Energy Management Platform ที่เชื่อมโยงเทคโนโลยี Solar, EV และ Smart Meter รวมถึงระบบติดตาม วิเคราะห์ และบริหารจัดการการใช้พลังงาน เพื่อช่วยให้ลูกค้ามองเห็นข้อมูลการใช้พลังงานและนำไปบริหารต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยอยู่ในระหว่างการพัฒนาอุปกรณ์ลดทอนฮาร์มอนิก หรือ Active C ภายใต้แบรนด์ BPS เพื่อพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์รุ่นประหยัดและเร่งดำเนินการด้านมาตรฐาน มอก. สำหรับนำเสนอทั้งตลาดภาครัฐและเอกชน ซึ่งถือเป็นการขยายบทบาทของบริษัท จากการจำหน่ายอุปกรณ์ไปสู่การเป็นผู้ให้บริการโซลูชันด้านพลังงานที่สร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ลูกค้าในอนาคต 5. กลุ่มธุรกิจ Smart Wellness & Longevity Living บริษัทมุ่งเน้นการนำนวัตกรรมเทคโนโลยีสุขภาพเข้ามาเชื่อมต่อกับการอยู่อาศัยเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของลูกค้า ผ่านการพัฒนาระบบ Health Passport นวัตกรรมจัดเก็บข้อมูลสุขภาพดิจิทัลที่บันทึกและรวบรวมข้อมูลเข้าสู่ระบบออนไลน์ อีกทั้งมีแผนเตรียมขยายตลาดเชิงรุกสู่ สปป.ลาว โดยร่วมมือกับพันธมิตรท้องถิ่นในธุรกิจประกันสุขภาพ ควบคู่กับการเชื่อมโยงระบบเทคโนโลยีเข้ากับโครงการศูนย์สุขภาพขนาดใหญ่ เพื่อขับเคลื่อนระบบนิเวศการดูแลสุขภาพระดับภูมิภาคอย่างมีประสิทธิภาพ "รายได้ที่เราจะได้รับ นอกเหนือจากที่เราขายอุปกรณ์ไฟฟ้าที่เป็นรายได้หลักแล้ว ยังเป็นเรื่อง Smart Infrastructure เราออกแบบและทำ Co-Project และดูแลเรื่องงานติดตั้งให้เขา สุดท้าย BPS จะได้รายได้ในเรื่องที่เป็น Service และ Recurring Income คือเราจะขายเป็น Subscription ให้กับลูกค้ามากขึ้น" นายสุรพงษ์กล่าว นอกจากนี้จากนโยบายสนับสนุนการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปของรัฐบาล BPS มองว่าเป็นโอกาสสำคัญที่จะช่วยกระตุ้นตลาดพลังงานสะอาดในระดับครัวเรือน ซึ่งก่อนหน้านี้รัฐบาลมีมาตรการลดหย่อนภาษี 200,000 บาทสำหรับผู้ติดตั้งโซลาร์ ซึ่งเจาะกลุ่มผู้มีรายได้สูง ส่งผลบวกต่อบริษัทฯ และบริษัทฯ คาดหวังว่ามาตรการใหม่กลุ่มโซลาร์รูฟท็อปที่อุดหนุนเงิน 50,000 บาท/ครัวเรือน จะช่วยให้เข้าถึงกลุ่มคนทั่วไปได้กว้างขวางขึ้น ซึ่ง BPS คาดว่าหากมาตรการนี้ออกมาอย่างชัดเจน จะส่งผลบวกต่อยอดขายของบริษัทฯ เช่นกัน
ให้ efinAI ช่วยสรุปข่าวและสัญญาณหุ้นก่อนใคร ได้ที่ : https://url.in.th/w-efin-stocknews
|