25 Aug 2026บล.ทิสโก้ : SAPPE แนะนำ Buy ราคาเป้าหมาย 40.25 บาทTranslatetranslatekeyboard_arrow_downWatchliststarShare มุมมองเชิงบวกต่อการฟื้นตัว และ Valuation น่าสนใจแนวโน้มผลประกอบการมีสัญญาณฟื้นตัวชัดเจนใน 2H26 โดยมีตลาดต่างประเทศเป็น Growth Driver หลัก ขณะที่ 3Q26F คาดเป็นไตรมาสที่ดีที่สุดของปี จากการฟื้นตัวของหลายตลาด แม้ต้นทุนพลาสติกและพลังงานเพิ่มขึ้น แต่การเติบโตของรายได้และการบริหารต้นทุนยังช่วยรักษา Margin ในระดับสูง เราปรับประมาณการกำไรปี 2026F ขึ้น และมองว่าการฟื้นตัวจะต่อเนื่องในปี 2027F จึงปรับคำแนะนำเป็น BUY ราคาเป้าหมาย 40.25 บาท คิดเป็น Upside 18% และ Dividend Yield ราว 4% หรือ Total Return 22% ผู้บริหารยังคงต้้งเป้ารายได้ปี 2026 เติบโต 10-15% YoYโดยตลาดต่างประเทศเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก คิดเป็นราว 72% ของยอดขาย 1H26 และส่งออกกว่า 100 ประเทศ แนวโน้ม 3Q26F คาดยอดขายสูงสุดของปี จากการฟื้นตัวของตะวันออกกลาง ขณะที่ฟิลิปปินส์ยังโตแข็งแกร่ง สหรัฐฯ ขยายตัวดี และยุโรปทยอยฟื้นตัวกลุ่มทวีปเอเชียยังมีศักยภาพ โดยฟิลิปปินส์ และอินเดียมีโอกาสเติบโตสูง และเกาหลีใต้ยัง เน้นสร้าง Brand Engagement กับ K-Pop และ Gen Z อินโดนีเซียยังมีโอกาสเติบโตจากการขยาย Distribution แต่ Distributor รายที่ 2 อาจเลื่อนไป 1Q27 ขณะที่ตลาดไทยถูกกดดันจากราคามะพร้าวแม้ปริมาณขายยังเติบโต ปรับประมาณการ จากแนวโน้มรายได้ และอัตรามาร์จิ้นดีกว่าที่คาดเราคาด 3Q26F เป็นไตรมาสที่ดีที่สุดของปี โดยกำไรเติบโตทั้ง YoY และ QoQ จากรายได้ต่างประเทศที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะเอเชียและอเมริกา แม้อัตรากำไรมีแนวโน้มลดลงจากต้นทุนพลาสติกและพลังงานที่สูงขึ้น แต่การเติบโตของรายได้และการบริหารต้นทุนยังช่วยหนุนกำไร ปรับประมาณการรายได้และกำไรปี 2026F เพิ่มขึ้น 6% จากเดิม จากรายได้และมาร์จิ้นที่ดีกว่าคาด แต่ SG&A/S สูงขึ้นจากการลงทุนด้านการตลาด คาดกำไรปี 2026F อยู่ที่ 767 ล้านบาท ลดลง 1% YoY และปี 2027F เติบโต 13% YoY แม้ปรับประมาณการลงจาก SG&A ที่สูงกว่าคาด ปรับคำแนะนำเป็น “Buy” ราคาเป้าหมาย 40.25 บาทเราเปลี่ยนคำแนะนำเป็น Buy จากแนวโน้มผลประกอบการเริ่มฟื้นตัวในช่วงครึ่งปีหลังเป็นต้นไปจาก การทำการตลาดส่งออกต่อเนื่อง และการบริหารจัดการต้นทุนรักษามารจิ้นได้ดีระดับสูง ราคาเป้าหมาย 40.25 บาท อ้างอิง PER historical average 16x จากเดิม -0.5SD ที่ 12.7x ความเสี่ยง : ยอดขายไม่เป็นตามคาด, ต้นทุนวัตถุดิบสูงกว่าที่คาด closeSign inor register for free to use efinAI and the other benefits that make your investing more effectiveclosePlease upgrade your planto read past news and use every feature
มุมมองเชิงบวกต่อการฟื้นตัว และ Valuation น่าสนใจแนวโน้มผลประกอบการมีสัญญาณฟื้นตัวชัดเจนใน 2H26 โดยมีตลาดต่างประเทศเป็น Growth Driver หลัก ขณะที่ 3Q26F คาดเป็นไตรมาสที่ดีที่สุดของปี จากการฟื้นตัวของหลายตลาด แม้ต้นทุนพลาสติกและพลังงานเพิ่มขึ้น แต่การเติบโตของรายได้และการบริหารต้นทุนยังช่วยรักษา Margin ในระดับสูง เราปรับประมาณการกำไรปี 2026F ขึ้น และมองว่าการฟื้นตัวจะต่อเนื่องในปี 2027F จึงปรับคำแนะนำเป็น BUY ราคาเป้าหมาย 40.25 บาท คิดเป็น Upside 18% และ Dividend Yield ราว 4% หรือ Total Return 22% ผู้บริหารยังคงต้้งเป้ารายได้ปี 2026 เติบโต 10-15% YoYโดยตลาดต่างประเทศเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก คิดเป็นราว 72% ของยอดขาย 1H26 และส่งออกกว่า 100 ประเทศ แนวโน้ม 3Q26F คาดยอดขายสูงสุดของปี จากการฟื้นตัวของตะวันออกกลาง ขณะที่ฟิลิปปินส์ยังโตแข็งแกร่ง สหรัฐฯ ขยายตัวดี และยุโรปทยอยฟื้นตัวกลุ่มทวีปเอเชียยังมีศักยภาพ โดยฟิลิปปินส์ และอินเดียมีโอกาสเติบโตสูง และเกาหลีใต้ยัง เน้นสร้าง Brand Engagement กับ K-Pop และ Gen Z อินโดนีเซียยังมีโอกาสเติบโตจากการขยาย Distribution แต่ Distributor รายที่ 2 อาจเลื่อนไป 1Q27 ขณะที่ตลาดไทยถูกกดดันจากราคามะพร้าวแม้ปริมาณขายยังเติบโต ปรับประมาณการ จากแนวโน้มรายได้ และอัตรามาร์จิ้นดีกว่าที่คาดเราคาด 3Q26F เป็นไตรมาสที่ดีที่สุดของปี โดยกำไรเติบโตทั้ง YoY และ QoQ จากรายได้ต่างประเทศที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะเอเชียและอเมริกา แม้อัตรากำไรมีแนวโน้มลดลงจากต้นทุนพลาสติกและพลังงานที่สูงขึ้น แต่การเติบโตของรายได้และการบริหารต้นทุนยังช่วยหนุนกำไร ปรับประมาณการรายได้และกำไรปี 2026F เพิ่มขึ้น 6% จากเดิม จากรายได้และมาร์จิ้นที่ดีกว่าคาด แต่ SG&A/S สูงขึ้นจากการลงทุนด้านการตลาด คาดกำไรปี 2026F อยู่ที่ 767 ล้านบาท ลดลง 1% YoY และปี 2027F เติบโต 13% YoY แม้ปรับประมาณการลงจาก SG&A ที่สูงกว่าคาด ปรับคำแนะนำเป็น “Buy” ราคาเป้าหมาย 40.25 บาทเราเปลี่ยนคำแนะนำเป็น Buy จากแนวโน้มผลประกอบการเริ่มฟื้นตัวในช่วงครึ่งปีหลังเป็นต้นไปจาก การทำการตลาดส่งออกต่อเนื่อง และการบริหารจัดการต้นทุนรักษามารจิ้นได้ดีระดับสูง ราคาเป้าหมาย 40.25 บาท อ้างอิง PER historical average 16x จากเดิม -0.5SD ที่ 12.7x ความเสี่ยง : ยอดขายไม่เป็นตามคาด, ต้นทุนวัตถุดิบสูงกว่าที่คาด