เมื่อวาน 21:14 น.BRP หยุดส่งออกรถสามล้อไปสหรัฐฯ หลังทรัมป์ขึ้นภาษีTranslatetranslatekeyboard_arrow_downWatchliststarแชร์ สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -10 ก.ย. 69 21:14 น. BRP หยุดส่งออกรถสามล้อจากแคนาดาไปสหรัฐฯ หลังทรัมป์ใช้มาตรการภาษี บริษัท บีอาร์พี อิงค์ (BRP Inc.) ผู้ผลิตยานยนต์เพื่อการพักผ่อนจากแคนาดา ประกาศยุติการส่งออกรถสามล้อสองรุ่น คือ Can-Am Spyder และ Can-Am Canyon จากโรงงานในรัฐควิเบกไปยังสหรัฐฯ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 29 กันยายน หลังได้รับแรงกดดันจากมาตรการทางการค้าล่าสุดของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อย่างไรก็ตาม บริษัทระบุว่าผลกระทบต่อผลประกอบการในปีการเงินที่จะสิ้นสุดเดือนมกราคม 2027 น่าจะอยู่ในวงจำกัด เพราะการผลิตและการส่งมอบในฤดูกาลปัจจุบันส่วนใหญ่ดำเนินไปเกือบครบแล้ว ภาษีสหรัฐฯ กดดันห่วงโซ่อุปทานของ BRP การตัดสินใจของ BRP สะท้อนความรุนแรงของสงครามการค้าที่สหรัฐฯ เดินหน้าใช้กับแคนาดาอย่างต่อเนื่อง ก่อนหน้านี้บริษัทเปิดเผยว่ารถรุ่น Spyder ถูกเก็บภาษีตามมาตรการ Section 338 ในอัตรา 50% แล้ว และประเมินผลกระทบสุทธิจากภาษีสินค้าที่ขายเข้าสหรัฐฯ ไว้ราว 200 ล้านดอลลาร์แคนาดา หรือประมาณ 145 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แรงกดดันดังกล่าวทำให้บริษัทข้ามชาติต้องทบทวนแผนการผลิต การขนส่ง และตลาดปลายทางอย่างจริงจัง เพราะต้นทุนที่เพิ่มขึ้นอาจบีบมาร์จิ้นและกระทบความสามารถในการแข่งขันในตลาดสหรัฐฯ ซึ่งเป็นตลาดสำคัญของสินค้าไลฟ์สไตล์และยานยนต์เพื่อการพักผ่อน หุ้น BRP ผันผวนตามข่าวภาษี ความกังวลของนักลงทุนสะท้อนผ่านราคาหุ้นของ BRP ที่ผันผวนอย่างชัดเจน โดยร่วงเกือบ 3% ในการซื้อขายที่โตรอนโตวันพุธ หลังจากก่อนหน้านั้นร่วงไปแล้ว 6.5% ในวันอังคาร สัญญาณดังกล่าวชี้ว่าตลาดยังประเมินความไม่แน่นอนจากมาตรการภาษีและผลกระทบต่อกำไรในอนาคต สำหรับบริษัทผู้ผลิตที่พึ่งพาการค้าข้ามพรมแดนสูง ความเสี่ยงด้านนโยบายการค้าอาจส่งผลมากกว่าความเสี่ยงจากอุปสงค์ตามปกติ เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงภาษีสามารถเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและกระทบต้นทุนได้ทันที บทเรียนสำหรับนักลงทุนไทยและผู้ประกอบการส่งออก กรณีของ BRP เป็นบทเรียนสำคัญสำหรับนักลงทุนไทยว่าสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับประเทศอื่นไม่ได้จำกัดอยู่แค่สองประเทศ แต่สามารถส่งผลต่อเนื่องไปยังตลาดเกิดใหม่และห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก โดยเฉพาะกลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ในไทยที่ส่งออกไปสหรัฐฯ อาจเผชิญแรงกดดันจากมาตรการภาษีที่ขยายวงกว้าง ขณะเดียวกัน ไทยควรติดตามนโยบายการค้าของสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด เพราะอาจกระทบทั้งการส่งออกและอัตราแลกเปลี่ยน รวมถึงทิศทางการลงทุนของภาคเอกชนที่อาจต้องปรับฐานการผลิตเพื่อลดความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ การที่ BRP ย้ายฐานการผลิตบางรุ่นไปยังเวียดนามยังสะท้อนแนวทางการปรับตัวของบริษัทโลกในยุคที่ความไม่แน่นอนด้านการค้าเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งผู้ประกอบการไทยสามารถใช้เป็นกรณีศึกษาในการกระจายฐานการผลิตและบริหารความเสี่ยง สินทรัพย์ปลอดภัยอาจได้แรงหนุนจากความไม่แน่นอน ในภาวะที่สงครามการค้ายังไม่คลี่คลาย ความเสี่ยงในตลาดหุ้นทั่วโลกมีแนวโน้มสูงขึ้น นักลงทุนจึงอาจหันไปจัดสรรเงินลงทุนในทองคำ ซึ่งมักได้รับแรงหนุนจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ หรือเลือกพันธบัตรรัฐบาลที่ให้ผลตอบแทนสม่ำเสมอ อีกทางเลือกหนึ่งคือการกระจายความเสี่ยงผ่านกองทุนรวมที่ลงทุนในหลายสินทรัพย์ เพื่อช่วยลดความผันผวนของพอร์ตโดยรวม และทำให้รับมือกับความเสี่ยงจากนโยบายการค้าได้ดีขึ้นในระยะยาว วันที่มีผล: 29 กันยายน รุ่นที่หยุดส่งออก: Can-Am Spyder และ Can-Am Canyon ประเมินผลกระทบภาษี: ราว 200 ล้านดอลลาร์แคนาดา ความเคลื่อนไหวหุ้น: ร่วงเกือบ 3% ในตลาดโตรอนโต closeลงชื่อเข้าใช้งานหรือ สมัครใช้งานฟรี เพื่อใช้งานฟีเจอร์ต่างๆ efinAI และ สิทธิประโยชน์อื่นๆ ที่จะช่วยให้การลงทุนของคุณมีประสิทธิภาพมากขึ้นcloseกรุณาอัปเกรดแพ็กเกจเพื่ออ่านข่าวย้อนหลังและใช้งานฟีเจอร์เต็มรูปแบบแท็กที่เกี่ยวข้องBRPCan-Amสงครามการค้าภาษีทรัมป์Section 338แคนาดาสหรัฐฯห่วงโซ่อุปทานทองคำพันธบัตรรัฐบาล
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -10 ก.ย. 69 21:14 น. BRP หยุดส่งออกรถสามล้อจากแคนาดาไปสหรัฐฯ หลังทรัมป์ใช้มาตรการภาษี บริษัท บีอาร์พี อิงค์ (BRP Inc.) ผู้ผลิตยานยนต์เพื่อการพักผ่อนจากแคนาดา ประกาศยุติการส่งออกรถสามล้อสองรุ่น คือ Can-Am Spyder และ Can-Am Canyon จากโรงงานในรัฐควิเบกไปยังสหรัฐฯ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 29 กันยายน หลังได้รับแรงกดดันจากมาตรการทางการค้าล่าสุดของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อย่างไรก็ตาม บริษัทระบุว่าผลกระทบต่อผลประกอบการในปีการเงินที่จะสิ้นสุดเดือนมกราคม 2027 น่าจะอยู่ในวงจำกัด เพราะการผลิตและการส่งมอบในฤดูกาลปัจจุบันส่วนใหญ่ดำเนินไปเกือบครบแล้ว ภาษีสหรัฐฯ กดดันห่วงโซ่อุปทานของ BRP การตัดสินใจของ BRP สะท้อนความรุนแรงของสงครามการค้าที่สหรัฐฯ เดินหน้าใช้กับแคนาดาอย่างต่อเนื่อง ก่อนหน้านี้บริษัทเปิดเผยว่ารถรุ่น Spyder ถูกเก็บภาษีตามมาตรการ Section 338 ในอัตรา 50% แล้ว และประเมินผลกระทบสุทธิจากภาษีสินค้าที่ขายเข้าสหรัฐฯ ไว้ราว 200 ล้านดอลลาร์แคนาดา หรือประมาณ 145 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แรงกดดันดังกล่าวทำให้บริษัทข้ามชาติต้องทบทวนแผนการผลิต การขนส่ง และตลาดปลายทางอย่างจริงจัง เพราะต้นทุนที่เพิ่มขึ้นอาจบีบมาร์จิ้นและกระทบความสามารถในการแข่งขันในตลาดสหรัฐฯ ซึ่งเป็นตลาดสำคัญของสินค้าไลฟ์สไตล์และยานยนต์เพื่อการพักผ่อน หุ้น BRP ผันผวนตามข่าวภาษี ความกังวลของนักลงทุนสะท้อนผ่านราคาหุ้นของ BRP ที่ผันผวนอย่างชัดเจน โดยร่วงเกือบ 3% ในการซื้อขายที่โตรอนโตวันพุธ หลังจากก่อนหน้านั้นร่วงไปแล้ว 6.5% ในวันอังคาร สัญญาณดังกล่าวชี้ว่าตลาดยังประเมินความไม่แน่นอนจากมาตรการภาษีและผลกระทบต่อกำไรในอนาคต สำหรับบริษัทผู้ผลิตที่พึ่งพาการค้าข้ามพรมแดนสูง ความเสี่ยงด้านนโยบายการค้าอาจส่งผลมากกว่าความเสี่ยงจากอุปสงค์ตามปกติ เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงภาษีสามารถเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและกระทบต้นทุนได้ทันที บทเรียนสำหรับนักลงทุนไทยและผู้ประกอบการส่งออก กรณีของ BRP เป็นบทเรียนสำคัญสำหรับนักลงทุนไทยว่าสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับประเทศอื่นไม่ได้จำกัดอยู่แค่สองประเทศ แต่สามารถส่งผลต่อเนื่องไปยังตลาดเกิดใหม่และห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก โดยเฉพาะกลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ในไทยที่ส่งออกไปสหรัฐฯ อาจเผชิญแรงกดดันจากมาตรการภาษีที่ขยายวงกว้าง ขณะเดียวกัน ไทยควรติดตามนโยบายการค้าของสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด เพราะอาจกระทบทั้งการส่งออกและอัตราแลกเปลี่ยน รวมถึงทิศทางการลงทุนของภาคเอกชนที่อาจต้องปรับฐานการผลิตเพื่อลดความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ การที่ BRP ย้ายฐานการผลิตบางรุ่นไปยังเวียดนามยังสะท้อนแนวทางการปรับตัวของบริษัทโลกในยุคที่ความไม่แน่นอนด้านการค้าเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งผู้ประกอบการไทยสามารถใช้เป็นกรณีศึกษาในการกระจายฐานการผลิตและบริหารความเสี่ยง สินทรัพย์ปลอดภัยอาจได้แรงหนุนจากความไม่แน่นอน ในภาวะที่สงครามการค้ายังไม่คลี่คลาย ความเสี่ยงในตลาดหุ้นทั่วโลกมีแนวโน้มสูงขึ้น นักลงทุนจึงอาจหันไปจัดสรรเงินลงทุนในทองคำ ซึ่งมักได้รับแรงหนุนจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ หรือเลือกพันธบัตรรัฐบาลที่ให้ผลตอบแทนสม่ำเสมอ อีกทางเลือกหนึ่งคือการกระจายความเสี่ยงผ่านกองทุนรวมที่ลงทุนในหลายสินทรัพย์ เพื่อช่วยลดความผันผวนของพอร์ตโดยรวม และทำให้รับมือกับความเสี่ยงจากนโยบายการค้าได้ดีขึ้นในระยะยาว วันที่มีผล: 29 กันยายน รุ่นที่หยุดส่งออก: Can-Am Spyder และ Can-Am Canyon ประเมินผลกระทบภาษี: ราว 200 ล้านดอลลาร์แคนาดา ความเคลื่อนไหวหุ้น: ร่วงเกือบ 3% ในตลาดโตรอนโต
BRP หยุดส่งออกรถสามล้อจากแคนาดาไปสหรัฐฯ หลังทรัมป์ใช้มาตรการภาษี บริษัท บีอาร์พี อิงค์ (BRP Inc.) ผู้ผลิตยานยนต์เพื่อการพักผ่อนจากแคนาดา ประกาศยุติการส่งออกรถสามล้อสองรุ่น คือ Can-Am Spyder และ Can-Am Canyon จากโรงงานในรัฐควิเบกไปยังสหรัฐฯ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 29 กันยายน หลังได้รับแรงกดดันจากมาตรการทางการค้าล่าสุดของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อย่างไรก็ตาม บริษัทระบุว่าผลกระทบต่อผลประกอบการในปีการเงินที่จะสิ้นสุดเดือนมกราคม 2027 น่าจะอยู่ในวงจำกัด เพราะการผลิตและการส่งมอบในฤดูกาลปัจจุบันส่วนใหญ่ดำเนินไปเกือบครบแล้ว ภาษีสหรัฐฯ กดดันห่วงโซ่อุปทานของ BRP การตัดสินใจของ BRP สะท้อนความรุนแรงของสงครามการค้าที่สหรัฐฯ เดินหน้าใช้กับแคนาดาอย่างต่อเนื่อง ก่อนหน้านี้บริษัทเปิดเผยว่ารถรุ่น Spyder ถูกเก็บภาษีตามมาตรการ Section 338 ในอัตรา 50% แล้ว และประเมินผลกระทบสุทธิจากภาษีสินค้าที่ขายเข้าสหรัฐฯ ไว้ราว 200 ล้านดอลลาร์แคนาดา หรือประมาณ 145 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แรงกดดันดังกล่าวทำให้บริษัทข้ามชาติต้องทบทวนแผนการผลิต การขนส่ง และตลาดปลายทางอย่างจริงจัง เพราะต้นทุนที่เพิ่มขึ้นอาจบีบมาร์จิ้นและกระทบความสามารถในการแข่งขันในตลาดสหรัฐฯ ซึ่งเป็นตลาดสำคัญของสินค้าไลฟ์สไตล์และยานยนต์เพื่อการพักผ่อน หุ้น BRP ผันผวนตามข่าวภาษี ความกังวลของนักลงทุนสะท้อนผ่านราคาหุ้นของ BRP ที่ผันผวนอย่างชัดเจน โดยร่วงเกือบ 3% ในการซื้อขายที่โตรอนโตวันพุธ หลังจากก่อนหน้านั้นร่วงไปแล้ว 6.5% ในวันอังคาร สัญญาณดังกล่าวชี้ว่าตลาดยังประเมินความไม่แน่นอนจากมาตรการภาษีและผลกระทบต่อกำไรในอนาคต สำหรับบริษัทผู้ผลิตที่พึ่งพาการค้าข้ามพรมแดนสูง ความเสี่ยงด้านนโยบายการค้าอาจส่งผลมากกว่าความเสี่ยงจากอุปสงค์ตามปกติ เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงภาษีสามารถเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและกระทบต้นทุนได้ทันที บทเรียนสำหรับนักลงทุนไทยและผู้ประกอบการส่งออก กรณีของ BRP เป็นบทเรียนสำคัญสำหรับนักลงทุนไทยว่าสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับประเทศอื่นไม่ได้จำกัดอยู่แค่สองประเทศ แต่สามารถส่งผลต่อเนื่องไปยังตลาดเกิดใหม่และห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก โดยเฉพาะกลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ในไทยที่ส่งออกไปสหรัฐฯ อาจเผชิญแรงกดดันจากมาตรการภาษีที่ขยายวงกว้าง ขณะเดียวกัน ไทยควรติดตามนโยบายการค้าของสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด เพราะอาจกระทบทั้งการส่งออกและอัตราแลกเปลี่ยน รวมถึงทิศทางการลงทุนของภาคเอกชนที่อาจต้องปรับฐานการผลิตเพื่อลดความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ การที่ BRP ย้ายฐานการผลิตบางรุ่นไปยังเวียดนามยังสะท้อนแนวทางการปรับตัวของบริษัทโลกในยุคที่ความไม่แน่นอนด้านการค้าเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งผู้ประกอบการไทยสามารถใช้เป็นกรณีศึกษาในการกระจายฐานการผลิตและบริหารความเสี่ยง สินทรัพย์ปลอดภัยอาจได้แรงหนุนจากความไม่แน่นอน ในภาวะที่สงครามการค้ายังไม่คลี่คลาย ความเสี่ยงในตลาดหุ้นทั่วโลกมีแนวโน้มสูงขึ้น นักลงทุนจึงอาจหันไปจัดสรรเงินลงทุนในทองคำ ซึ่งมักได้รับแรงหนุนจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ หรือเลือกพันธบัตรรัฐบาลที่ให้ผลตอบแทนสม่ำเสมอ อีกทางเลือกหนึ่งคือการกระจายความเสี่ยงผ่านกองทุนรวมที่ลงทุนในหลายสินทรัพย์ เพื่อช่วยลดความผันผวนของพอร์ตโดยรวม และทำให้รับมือกับความเสี่ยงจากนโยบายการค้าได้ดีขึ้นในระยะยาว วันที่มีผล: 29 กันยายน รุ่นที่หยุดส่งออก: Can-Am Spyder และ Can-Am Canyon ประเมินผลกระทบภาษี: ราว 200 ล้านดอลลาร์แคนาดา ความเคลื่อนไหวหุ้น: ร่วงเกือบ 3% ในตลาดโตรอนโต