| ตลาดปรับตัว ยอดขายมากกว่าโครงการใหม่ครึ่งปีแรกยอดขายมากกว่าโครงการเปิดใหม่ . ครึ่งปีแรกเริ่มสังเกตเห็นตลาดอสังหาฯ อยู่ระหว่างการปรับตัว เป็นภาพของมูลค่าการเปิดตัวโครงการใหม่น้อยกว่ายอดขายทั้งแนวราบและแนวสูงใน 11 บริษัทชั้นนำ (Figure 2.) ซึ่งช่วยให้ระดับสต๊อกของตลาดกำลังลดลง ทำให้ปัจจัยด้านซัพพลายมีแนวโน้มผ่อนคลายลงในครึ่งปีหลัง-ปลายปี ส่งผลต่ออัตรากำไร (GPM) ดีขึ้นจาก Product mix และอาจเห็นการแข่งขันด้านราคาที่เบาบางลงในปีหน้า กระจายโครงการหลายพื้นที่ ยอดโอนไม่ตก. ผู้ประกอบการอสังหาฯ ชั้นนำ 11 บริษัทในตลาดหลักทรัพย์ในช่วง 2Q69 มียอดขายรวม 5.2 หมื่นลบ. +9.2%y-y จากแนวสูงที่เป็นฐานต่ำในช่วงปีก่อนมีเหตุแผ่นดินไหว แต่ยอดขายแนวราบอ่อนตัวจากทั้งด้านดีมานด์และซัพพลายใหม่ โดยกำลังซื้อยังไม่ฟื้นตัวและมูลค่าเปิดโครงการแนวราบของกลุ่มลดลงอยู่ระหว่างการลดระดับสต๊อกทำโปรโมชันและการแข่งขันด้านราคา กดดันอัตรากำไรขั้นต้น แม้ยังมีซัพพลายส่วนเกินอยู่เมื่อเทียบกับดีมานด์ปัจจุบัน แต่ยังเห็นผู้ประกอบการบางรายมีกำไรโดดเด่นทั้งมุม y-y และ q-q จากยอดโอนแนวสูงเข้ามาเพิ่มขึ้นและการขยายโครงการไปยังพื้นที่อื่นๆ นอกเหนือจากกรุงเทพฯ และปริมณฑล อาทิ SC มีคอนโด COBE พระราม9 ครบกำหนดโอน, SPALI เป็น high season การโอนในออสเตรเลีย และ ASW โอนคอนโดในภูเก็ตมากขึ้น ต้นทุนจะสูงขึ้นแต่ยังสามารถบริหารได้. ส่วนต้นทุนด้านพลังงานสูงขึ้นส่งผลต่อต้นทุนก่อสร้างสูงขึ้นราว ±10%กระทบต้นทุนรวมราว ±2.5% จะเป็นผลต่อโครงการขายในปลายปีถึงปีหน้า ปัจจุบันเห็นผู้ประกอบการบริหารต้นทุนสอดคล้องกับกำลังซื้อได้ดีขึ้นและบางผู้พัฒนาซื้อที่ดินได้ต้นทุนที่ดี เนื่องจากปัจจุบันดีมานด์น้อยลง ผู้ประกอบการหลายรายมีที่ดินในมือเพียงพอต่อการพัฒนาและมีเพียงไม่กี่รายที่ยังมีความต้องการซื้อที่ดินเพิ่ม จากการสอบถามไปยังผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังไม่เห็นความกังวลด้านต้นทุนอย่างมีนัย 3Q69 Top pick เลือก AP. แนวโน้ม 3Q69 สถานการณ์ยังทรงตัว ยังเห็นการแข่งขันด้านราคา แต่โครงการใหม่ที่เข้ามาเพิ่มจะช่วยให้มีอัตรากำไร (GPM) ดีกว่าในช่วงครึ่งปีแรกจาก Product mix ส่วนแนวโน้มยอดโอนครึ่งปีหลังจะสูงกว่าครึ่งปีแรกไปตามโครงการใหม่เปิดตัวในระหว่างปีเพิ่มขึ้นและคอนโดครบกำหนดโอนที่เข้ามาระหว่างปี อาจเรียกได้ว่าเป็น seasonal ตามปกติของกลุ่มอสังหาฯ ให้น้ำหนักในการลงทุนในหุ้นกลุ่มอสังหาฯ “ลงทุนเท่าตลาด" . Top pick ใน 3Q69 ของเราเลือก AP จากเป็นไตรมาสที่จะมีคอนโดครบกำหนดโอนเข้ามาเพิ่มอีก 2 โครงการ Life Sathorn-Narathiwas 22(JV) และ Rhythm Charoennakhon Iconic (JV) และมีแผนเปิดโครงการใหม่มากขึ้นไปพร้อมกัน ปัจจุบันบริษัทมี Backlog แนวราบสูงขึ้นต่อเนื่อง มี Net IBD/E ที่ 0.66 เท่า ต่ำกว่าเฉลี่ยของกลุ่มที่ 1.03 เท่า (Figure 4.) สามารถรองรับโอกาสในการเข้าหาแหล่งเงินทุนและขยายโครงการได้เพิ่มขึ้นตามยอดขายในครึ่งปีแรกที่เติบโต 15.8%y-y ยังเห็นบริษัทขยายโครงการแนวราบได้ดีกว่าอุตสาหกรรม ทำให้มีโอกาสยึดครองส่วนแบ่งการตลาดได้ต่อเนื่อง ASW ผลตอบแทนปันผลคาดการณ์สูงสุดในกลุ่ม. สำหรับการลงทุนรับปันผล Top pick เป็น ASW ระดับผลตอบแทนปันผลคาดการณ์ต่อปีสูงสุดในกลุ่มที่ 10.4% (Figure 5.) จ่ายปีละครั้ง เป็นปีที่โอนคอนโดในภูเก็ตเข้ามามากขึ้น มีกำไรเติบโตดี แต่ราคาหุ้นจะมีสภาพคล่องต่ำกว่าหุ้นใหญ่ 
|