| รัฐบาลอังกฤษเตรียมใช้มาตรการคว่ำบาตรสินค้าที่ผลิตจากนิคมชาวอิสราเอลในเขตเวสต์แบงก์ ขณะที่รัฐบาลสหรัฐฯ เตือนว่า การใช้มาตรการดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจและเศรษฐกิจของอังกฤษ เอ็ด มิลิแบนด์ รัฐมนตรีต่างประเทศอังกฤษ กล่าวในรัฐสภาเมื่อวันอังคาร (8 ก.ย.) ว่า อังกฤษจะสั่งห้ามนำเข้าสินค้าจากนิคมชาวอิสราเอลที่ตั้งอยู่ในเขตเวสต์แบงก์ ซึ่งเป็นพื้นที่ซึ่งประชาคมระหว่างประเทศถือว่าเป็นดินแดนของชาวปาเลสไตน์ โดยคาดว่ามาตรการดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ภายใน 6-9 เดือน “ผมขอประกาศในวันนี้ว่า จุดยืนอย่างเป็นทางการของรัฐบาลอังกฤษคือ การยึดครอง (เขตเวสต์แบงก์) เป็นสิ่งผิดกฎหมาย รัฐบาลจึงเห็นว่า อังกฤษจะปรับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับพื้นที่ดังกล่าวซึ่งถูกยึดครองให้สอดคล้องกับจุดยืนนี้” มิลิแบนด์กล่าวต่อสมาชิกรัฐสภาอังกฤษ มิลลิแบนด์ยังกล่าวว่า รัฐบาลอังกฤษเห็นพ้องว่ากำลังมีการกวาดล้างชาวปาเลสไตน์ในพื้นที่บางส่วนของเขตเวสต์แบงก์ ซึ่งเป็นการกระทำโดยผู้ตั้งถิ่นฐานที่ก่อเหตุรุนแรง ไม่นานหลังอังกฤษประกาศมาตรการคว่ำบาตร รัฐบาลอิสราเอลประกาศว่าจะปิดสถานกงสุลอังกฤษในนครเยรูซาเลม โดยกิเดียน ซาร์ รัฐมนตรีต่างประเทศอิสราเอล กล่าวว่า รัฐบาลอังกฤษกำลังดำเนินการอย่างเป็นระบบเพื่อต่อต้านรัฐอิสราเอล พร้อมประกาศห้ามนักการเมืองอังกฤษ 12 คนเดินทางเข้าประเทศอิสราเอล คว่ำบาตรบริษัท-บุคคลที่หนุนการขยายถิ่นฐาน มิลิแบนด์ยังเผยว่า รัฐบาลอังกฤษจะดำเนินมาตรการต่อบริษัทและบุคคลที่เป็นเป้าหมาย ซึ่งเกี่ยวข้องกับบริการด้านการก่อสร้าง โครงสร้างพื้นฐาน หรือการจัดหาเงินทุนสำหรับการขยายอสังหาริมทรัพย์ของกลุ่มผู้ตั้งถิ่นฐาน นอกจากนี้ อังกฤษจะห้ามโฆษณาที่เกี่ยวข้องกับนิคมดังกล่าวด้วย นอกจากนี้ อังกฤษจะขยายมาตรการห้ามส่งออกอาวุธ โดยจะปฏิเสธคำขอใบอนุญาตสำหรับอาวุธ รวมถึงสินค้าและบริการอื่น ๆ ที่มีส่วนสนับสนุนการยึดครองพื้นที่ดังกล่าว อังกฤษมองนิคม E1 เป็นเส้นแดง เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา มิลิแบนด์กล่าวว่า การที่อิสราเอลเปิดประมูลโครงการนิคม E1 ในเขตเวสต์แบงก์ถือเป็นการข้ามเส้นแดง และระบุว่า นิคมของอิสราเอลขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศ และรัฐบาลนี้จะไม่ยอมรับการทำลายแนวทางสองรัฐ สหรัฐฯ ยันไม่ร่วมวง-เตือนผลกระทบทางเศรษฐกิจ มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวว่า สหรัฐฯ จะไม่ทำแบบเดียวกับที่สหราชอาณาจักรทำอย่างแน่นอน เพราะมาตรการดังกล่าวอาจส่งผลต่อความพยายามของสหรัฐฯ ในการสร้างความคืบหน้าเกี่ยวกับฉนวนกาซา รวมถึงแผน 20 ข้อและคณะกรรมการเพื่อสันติภาพ ไมค์ ฮัคคาบี เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำอิสราเอล ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์บีบีซีเมื่อวันอังคารว่า “สหรัฐฯ จะตอบโต้อย่างแน่นอน หากอังกฤษประกาศใช้มาตรการคว่ำบาตร การดำเนินการเช่นนี้กับอิสราเอลอาจส่งผลกระทบอย่างมหาศาลต่อธุรกิจของอังกฤษ” พร้อมเตือนว่าบริษัทอังกฤษอาจถูกห้ามทำธุรกิจในหลายรัฐของสหรัฐฯ ขณะที่แรนดี ไฟน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ได้ออกมาเตือนแล้วว่า หากอังกฤษเดินหน้าคว่ำบาตรอิสราเอล บริษัทอังกฤษจะต้องเผชิญผลกระทบในรัฐฟลอริดา ภายใต้กฎหมาย Prohibition Against Contracting with Scrutinized Companies ที่เขาเคยผลักดัน ซึ่งกฎหมายนี้ห้ามหน่วยงานรัฐทำธุรกิจหรือลงทุนในบริษัทที่คว่ำบาตรอิสราเอล มาตรการลักษณะนี้เคยนำมาใช้กับ Airbnb ในปี 2019 ซึ่งบริษัทถูกขึ้นบัญชีบริษัทที่ถูกจับตามองของรัฐฟลอริดา หลังประกาศถอดที่พักราว 200 แห่งในเขตเวสต์แบงก์ออกจากแพลตฟอร์ม ก่อนจะกลับลำและได้รับการถอดชื่อออกจากบัญชีในเวลาต่อมา ที่มา CNBC อ่านข่าวสารของสำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทยเพิ่มเติมได้ที่ : https://url.in.th/w-stock-news |