| ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จับตาแผน "PDP2026" กับการเปิดทางเลือกในการวางระบบพื้นฐาน พร้อมการปรับตัวของภาคธุรกิจ RE ก่อนนำไปสู่ สู่ Net Zero ตามเป้าหมายของประเทศไทย ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผยแพร่บทวิจัยเรื่อง "จับตาดูประกาศ PDP2026 วาง “ทางร่วม” ถึงปี 2580 ก่อนเปิด 3 ทางเลือกสู่ Net Zero" ว่า แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP2026) มีแนวทางการร่างที่ต่างจากเดิมที่ระบุแผนและเงื่อนเวลาที่ชัดเจน ไปสู่แผนที่ 2 ช่วงเวลา และเปิด 3 ทางเลือกให้ยืดหยุ่นตามสถานการณ์มากขึ้น ได้แก่ ช่วงปัจจุบันถึงปี 2580 ซึ่งเน้นสร้างระบบพื้นฐาน และช่วง ปี 2581–2593 ที่จะพิจารณา 3 ทางเลือก ได้แก่ (1) CCS-Driven (76.35 GW) (2) Balance Net Zero (96.25 GW) (3) RE-Led (149.9 GW) การเปิดทางเลือกดังกล่าวไว้ เพราะต้นทุนเทคโนโลยี ความต้องการไฟฟ้า หรือกฎเกณฑ์ Net Zero อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ อย่างไรก็ดี Battery Energy Storage System (BESS) ถือเป็นเครื่องมือสำคัญ เนื่องจากมีความจำเป็นสำหรับทุกทางเลือกในช่วงระหว่างปี 2581–2593 ไม่ว่าไทยจะเลือกแนวทาง CCS-Driven, Balance Net Zero หรือ RE-Led โดยทั้ง 3 ทางเลือกมีความต้องการ BESS ที่ระดับ 40–40.5 GW ใกล้เคียงกัน สำหรับการผลิตไฟฟ้าพลังงานสะอาดอย่างเช่น Solar และ Wind ทุกเส้นทางมีการลงทุนเพื่อเพิ่มการผลิต โดยแม้ว่า แผนการเพิ่มกำลังการผลิตของ 3 ทางเลือกจะแตกต่างกันมาก ตั้งแต่ 39.35–114.0 GW แต่สำหรับธุรกิจ RE แล้ว ผู้ประกอบการควรเตรียมความพร้อมได้ล่วงหน้า โดยไม่ต้องรอการตัดสินใจปลายทางของภาครัฐ ประเด็นรอติดตาม คือแนวโน้มการเพิ่มการผลิตโดยใช้เทคโนโลยี CCGT, CCS, SMR ว่าจะมีความยืดหยุ่น (Flexibility) อย่างไร และมีขนาดเท่าไร ซึ่งจะแปรผันตามราคาเทคโนโลยีว่าเข้าใกล้ภาวะ Maturity หรือยังในช่วงของการกำหนดแผนในอนาคต อันจะทำให้ภาครัฐทราบต้นทุนของการรับซื้อไฟฟ้าแต่ละประเภทที่แน่นอนขึ้น เช่นเดียวกัน Demand ไฟฟ้า ทั้งนี้ ความชัดเจนต่างๆ ดังกล่าว จะมีผลอย่างยิ่งต่อการปรับตัวของทั้งผู้ประกอบการในธุรกิจ RE และผู้บริโภคในอนาคต อันจะมีผลต่อความสำเร็จของแผน PDP2026 อ่านข่าวสารของสำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทยเพิ่มเติมได้ที่ : https://url.in.th/w-stock-news |