| กระทรวงการต่างประเทศจีนเผยว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง จะเดินทางเยือนสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการในวันที่ 23-25 ก.ย. นี้ ตามคำเชิญของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขณะที่เจ้าหน้าที่ทั้งสองฝ่ายเสร็จสิ้นการหารือวันที่ 2 วานนี้ (21 ก.ย.) ครอบคลุมหลายประเด็น ทั้ง AI, การค้า และการลงทุน ก่อนการประชุมสุดยอดระหว่างสองผู้นำจะเปิดฉากขึ้น กัว เจียคุน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนแถลงเพิ่มเติมว่า “ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงจะแลกเปลี่ยนมุมมองเชิงลึกกับประธานาธิบดีทรัมป์ ในหลายประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ระหว่างจีน-สหรัฐฯ ตลอดจนสันติภาพและการพัฒนาของโลก” นอกจากนี้ ยังย้ำว่า “จีนพร้อมทำงานร่วมกับสหรัฐฯ เพื่อเสริมสร้างการเจรจาและความร่วมมือ การบริหารจัดการความแตกต่างอย่างเหมาะสม ยกระดับความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนทั้งสองประเทศอย่างต่อเนื่อง พร้อมส่งเสริมสันติภาพ เสถียรภาพ และความมั่งคั่งของโลก” หารือ AI-ลงทุน-การค้า ก่อน “สี จิ้นผิง” เยือนสหรัฐฯ ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่จีนและสหรัฐฯ เสร็จสิ้นการหารือวันที่ 2 ที่นิวยอร์กเมื่อวันจันทร์ ในประเด็น AI, การลงทุน และการค้า ก่อนที่ผู้นำจีนจะเดินทางเยือนสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้ โดยสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ, หลี่ เฉิงกัง หัวหน้าคณะเจรจาการค้าของจีน และเหอ หลี่เฟิง รองนายกรัฐมนตรีจีน หารือกันตลอดทั้งวันเมื่อวันอาทิตย์ เหลียว หมิน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังจีน เปิดเผยสั้น ๆ ว่า การเจรจารอบนี้มุ่งเน้นไปสู่การดำเนินการตามข้อตกลงที่คณะเจรจาทั้งสองฝ่ายได้ตกลงกันไว้ก่อนหน้านี้ แต่ไม่ได้ให้ความเห็นว่า มีความเป็นไปได้หรือไม่ที่จะขยายเวลาพักรบทางการค้าออกไป หลังการหารือเมื่อวันอาทิตย์ หลี่ เฉิงกัง กล่าวว่า บรรยากาศการประชุมเป็นไปในทิศทางที่ดี ขณะที่เบสเซนต์ระบุว่าการหารือประสบความสำเร็จอย่างมาก โดยทั้งสองฝ่ายได้ตกลงจัดตั้งกลไกการเจรจาด้าน AI ระหว่างสหรัฐฯ-จีน (US-China AI Dialogue) เพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกันถึงประโยชน์และภัยคุกคามจากเทคโนโลยีดังกล่าว จับตาขยาย “พักรบการค้า” ก่อนข้อตกลงหมดอายุพ.ย. ประเด็นที่หลายฝ่ายจับตาเป็นพิเศษอยู่ที่ว่าจีนและสหรัฐฯ จะสามารถตกลงขยายระยะเวลาข้อตกลงพักรบการค้าได้หรือไม่ และหากบรรลุข้อตกลง จะขยายออกไปนานเพียงใด โดยข้อตกลงพักรบทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีนจะสิ้นสุดลงในเดือนพ.ย. นี้ เจมีสัน เกรียร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) เผยว่า มีความเป็นไปได้ที่จะขยายข้อตกลงออกไปอีก 3-6 เดือน ที่มา Reuters และ Bloomberg |