ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ มีกำหนดเยือนจีนสัปดาห์นี้เพื่อพบกับประธานาธิบดีสีจิ้นผิง ขณะที่ตลาดเอเชียจับตาทั้งความคืบหน้าทางการเมืองระหว่างสหรัฐฯ-จีน และผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ โดยเฉพาะ ซอฟท์แบงก์กรุ๊ป ที่นักลงทุนกำลังรอดูกลยุทธ์ด้านปัญญาประดิษฐ์และการลงทุนใน OpenAI รวมถึงรายงานกำไรของบริษัทจีนและไต้หวันอย่าง Alibaba Group, Tencent Holdings และ Foxconn
ทรัมป์เยือนจีนและผลกระทบต่อบรรยากาศลงทุน
การเดินทางของประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ไปจีนครั้งนี้เกิดขึ้นหลังการเลื่อนกำหนดของคณะผู้แทนสหรัฐฯ เมื่อหลายสัปดาห์ก่อน จากผลกระทบของสงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิสราเอลและอิหร่านที่เริ่มต้นขึ้นในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ นักลงทุนจึงมองว่าการพบกันระหว่างทรัมป์และสีจิ้นผิงอาจเป็นสัญญาณสำคัญต่อทิศทางความสัมพันธ์ของสองประเทศในระยะสั้น
แหล่งข่าวใกล้ชิดการเตรียมการระบุว่า คณะผู้แทนสหรัฐฯ มีแนวโน้มมีผู้บริหารด้านเทคโนโลยีและการเงินของอเมริการ่วมเดินทางด้วย ซึ่งสะท้อนว่าประเด็นเศรษฐกิจและการค้าอาจถูกหยิบยกขึ้นหารือควบคู่กับประเด็นการเมืองระดับทวิภาคี
ผู้จัดการกองทุนรายหนึ่งในเอเชียกล่าวว่า “ตลาดกำลังจับตาทุกสัญญาณจากการพบกันครั้งนี้ เพราะอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของสินทรัพย์เสี่ยงในเอเชีย”
ประเด็นการเมืองและเศรษฐกิจที่ต้องติดตามในเอเชีย
นอกจากการเยือนจีนแล้ว สัปดาห์นี้ยังมีเหตุการณ์สำคัญอีกหลายเรื่องในภูมิภาคเอเชียที่นักลงทุนต้องติดตาม ได้แก่ การลงมติในรัฐสภาฟิลิปปินส์เกี่ยวกับการถอดถอนรองประธาน ซาร่า ดูเตอร์เต้, การย้ายตัวอดีตนายกรัฐมนตรีไทย ทักษิณ ชินวัตร จากเรือนจำไปกักบริเวณที่บ้าน และการเยือนญี่ปุ่นของรัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ สก๊อต เบเซนต์
ในเชิงมหภาค ความเคลื่อนไหวเหล่านี้อาจกระทบต่อมุมมองของนักลงทุนที่มีต่อเสถียรภาพทางการเมืองและการดำเนินนโยบายในเอเชีย โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดโลกยังคงให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์สหรัฐฯ-จีนและทิศทางอัตราดอกเบี้ยทั่วโลก
งบซอฟท์แบงก์และผลประกอบการเทคโนโลยีเอเชีย
ด้านผลประกอบการ SoftBank Group มีกำหนดรายงานผลประกอบการสำหรับปีงบประมาณสิ้นสุดเดือนมีนาคม โดยนักลงทุนจับตากลยุทธ์ด้านปัญญาประดิษฐ์และการลงทุนใน OpenAI ท่ามกลางการแข่งขันจาก Anthropic ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดสำคัญต่อความเชื่อมั่นในธีม AI ของตลาดเอเชีย
สำหรับบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ในภูมิภาค Alibaba Group, Tencent Holdings และ Foxconn มีกำหนดรายงานผลประกอบการเช่นกัน ซึ่งจะช่วยให้นักลงทุนประเมินแนวโน้มการใช้จ่ายด้านเทคโนโลยีและอุปสงค์ของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในเอเชียได้ชัดเจนขึ้น
ขณะเดียวกัน Honda มีกำหนดรายงานผลการเงินสำหรับปีสิ้นสุดเดือนมีนาคม หลังจากแจ้งในเดือนมีนาคมว่าจะมีการขาดทุนสุทธิสูงสุดถึง 690 พันล้านเยน (4.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในปีนี้ ซึ่งจะเป็นการขาดทุนสุทธิครั้งแรกนับตั้งแต่บริษัทจดทะเบียนในปี 1957
ข้อมูลเศรษฐกิจมาเลเซียและสิ่งที่ต้องติดตาม
มาเลเซีย จะเผยข้อมูล GDP ไตรมาสแรกปี 2026 ในวันศุกร์ (15 พ.ค.) โดยคาดว่าเศรษฐกิจจะชะลอตัวจากไตรมาสก่อน ตัวเลขดังกล่าวจะเป็นอีกหนึ่งสัญญาณที่สะท้อนภาพรวมการเติบโตของภูมิภาคเอเชีย และอาจส่งผลต่อมุมมองเชิงนโยบายและตลาดทุนในระยะถัดไป
สำหรับนักลงทุน ประเด็นสำคัญยังคงอยู่ที่การติดตามความคืบหน้าการเจรจาการค้าและการเมืองระหว่างสหรัฐฯ กับจีน ผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ และข้อมูลเศรษฐกิจที่อาจชี้ให้เห็นการชะลอตัวของภูมิภาค
สิ่งที่ต้องติดตาม
- การเยือนจีนของทรัมป์ และผลการพบกับสีจิ้นผิง
- การลงมติถอดถอนซาร่า ดูเตอร์เต้ ในรัฐสภาฟิลิปปินส์
- ผลประกอบการ ของ SoftBank Group, Alibaba Group, Tencent Holdings, Foxconn และ Honda