8 พ.ค. 2569 22:06 น.บราซิลส่งออกเดือนเม.ย.ทุบสถิติ 3.4 หมื่นล้านดอลล์บราซิลส่งออกเดือนเม.ย.ทุบสถิติ 3.4 หมื่นล้านดอลล์Translatestar_borderModal Upgrade PackageefinAI สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -8 พ.ค. 69 15:06 น. TL;DR: บราซิลส่งออกเดือนเม.ย.แตะ 34.15 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 14.3% จากปีก่อน และเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 1997 ขณะที่ดุลการค้าเพิ่มขึ้น 37.5% มาอยู่ที่ 10.5 พันล้านดอลลาร์ โดยได้แรงหนุนจากราคาน้ำมันและแร่เหล็กที่สูงขึ้น แม้รัฐบาลยังเก็บภาษีส่งออกน้ำมันดิบ 12%ทำไมบราซิลส่งออกเดือนเม.ย.จึงทำสถิติสูงสุดบราซิลส่งออกเดือนเม.ย.ทุบสถิติสูงสุดรายเดือน หลังมูลค่าการส่งออกทั้งหมดอยู่ที่ 34.15 พันล้านดอลลาร์ จากข้อมูลของรัฐบาล ซึ่งเพิ่มขึ้น 14.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่ปี 1997 แรงหนุนสำคัญมาจากราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นจากสงครามในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะความขัดแย้งที่ยืดเยื้อในอิหร่าน รวมถึงราคาสินค้าโภคภัณฑ์อื่นอย่างแร่เหล็กที่ปรับตัวสูงขึ้นตามตลาดโลกขณะเดียวกัน ดุลการค้าของบราซิลเพิ่มขึ้น 37.5% ในช่วงเดียวกัน มาอยู่ที่ 10.5 พันล้านดอลลาร์ สะท้อนว่าภาคส่งออกยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศ แม้ภาพรวมจะเผชิญต้นทุนในประเทศที่สูงขึ้นจากราคาพลังงานภาษีน้ำมันดิบ 12% ยังไม่ฉุดการส่งออกพลังงานบราซิลซึ่งเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ที่สุดในละตินอเมริกา ได้อานิสงส์จากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น แต่ในอีกด้านหนึ่ง สงครามดังกล่าวยังทำให้ประธานาธิบดีลุยซ์ อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา ต้องพยายามปกป้องผู้บริโภคจากต้นทุนในประเทศที่สูงขึ้น ผ่านการลดภาษีน้ำมันและการให้เงินอุดหนุนภาคการผลิตของบราซิลมีการส่งออกเพิ่มขึ้น 17.9% เมื่อเทียบรายปีในเดือนเมษายน โดยการส่งออกทั้งแร่เหล็กและน้ำมันต่างเติบโตจากราคาทั่วโลกที่สูงขึ้น เฮลรอน อัลเวส บรันเดา หัวหน้าสถิติและการศึกษาการค้าต่างประเทศของกระทรวงการค้า ระบุว่า การเติบโตดังกล่าวเกิดขึ้นแม้มีการเก็บภาษี 12% จากการส่งออกน้ำมันดิบตั้งแต่เดือนมีนาคม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามของรัฐบาลในการจำกัดผลกระทบของสงครามต่อราคาน้ำมันในประเทศ“แม้ว่าภาษีจะทำให้การส่งออกมีราคาแพงขึ้น บราซิลยังคงมีความสามารถในการแข่งขันสูงในการผลิตด้วยต้นทุนต่ำมาก” — เฮลรอน อัลเวส บรันเดา หัวหน้าสถิติและการศึกษาการค้าต่างประเทศของกระทรวงการค้า“ความต้องการจากต่างประเทศยังคงแข็งแกร่งและกำลังเติบโต” — เฮลรอน อัลเวส บรันเดา หัวหน้าสถิติและการศึกษาการค้าต่างประเทศของกระทรวงการค้าผลกระทบต่อบราซิล นักลงทุน และกลุ่มพลังงานสำหรับบราซิล การส่งออกที่ทำสถิติสูงสุดช่วยหนุนดุลการค้าและรายได้จากภาคส่งออก แต่ยังต้องเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนในประเทศที่สูงขึ้นจากราคาน้ำมัน ส่วนในเชิงกลุ่มอุตสาหกรรม กลุ่มพลังงานและภาคการผลิตที่เกี่ยวข้องกับแร่เหล็กและน้ำมันได้รับแรงหนุนจากราคาทั่วโลกที่สูงขึ้นสำหรับนักลงทุน ข่าวนี้สะท้อนว่าราคาสินค้าโภคภัณฑ์และนโยบายภาษีอาจเป็นตัวแปรสำคัญต่อรายได้ส่งออกของประเทศผู้ผลิต โดยเฉพาะในช่วงที่ความผันผวนของพลังงานยังมีอิทธิพลต่อทิศทางการค้าโลกสิ่งที่ต้องติดตามต่อจากนี้ติดตามว่าราคาน้ำมันดิบจะยังทรงตัวในระดับสูงต่อเนื่องหรือไม่ติดตามผลของภาษี 12% ต่อการส่งออกน้ำมันดิบในเดือนถัดไปติดตามมาตรการของรัฐบาลบราซิลในการลดต้นทุนพลังงานในประเทศลำดับเหตุการณ์ถัดไปที่ควรจับตา คือข้อมูลการส่งออกของเดือนถัดไปและมาตรการนโยบายที่เกี่ยวข้องกับพลังงาน ซึ่งจะช่วยบ่งชี้ว่าการเติบโตของการส่งออกยังได้รับแรงหนุนต่อเนื่องหรือเริ่มชะลอลง efinAIแท็กที่เกี่ยวข้องCommodityน้ำมันพลังงานเศรษฐกิจภาวะตลาดGlobal MacroInflationFund Flow
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -8 พ.ค. 69 15:06 น. TL;DR: บราซิลส่งออกเดือนเม.ย.แตะ 34.15 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 14.3% จากปีก่อน และเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 1997 ขณะที่ดุลการค้าเพิ่มขึ้น 37.5% มาอยู่ที่ 10.5 พันล้านดอลลาร์ โดยได้แรงหนุนจากราคาน้ำมันและแร่เหล็กที่สูงขึ้น แม้รัฐบาลยังเก็บภาษีส่งออกน้ำมันดิบ 12%ทำไมบราซิลส่งออกเดือนเม.ย.จึงทำสถิติสูงสุดบราซิลส่งออกเดือนเม.ย.ทุบสถิติสูงสุดรายเดือน หลังมูลค่าการส่งออกทั้งหมดอยู่ที่ 34.15 พันล้านดอลลาร์ จากข้อมูลของรัฐบาล ซึ่งเพิ่มขึ้น 14.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่ปี 1997 แรงหนุนสำคัญมาจากราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นจากสงครามในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะความขัดแย้งที่ยืดเยื้อในอิหร่าน รวมถึงราคาสินค้าโภคภัณฑ์อื่นอย่างแร่เหล็กที่ปรับตัวสูงขึ้นตามตลาดโลกขณะเดียวกัน ดุลการค้าของบราซิลเพิ่มขึ้น 37.5% ในช่วงเดียวกัน มาอยู่ที่ 10.5 พันล้านดอลลาร์ สะท้อนว่าภาคส่งออกยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศ แม้ภาพรวมจะเผชิญต้นทุนในประเทศที่สูงขึ้นจากราคาพลังงานภาษีน้ำมันดิบ 12% ยังไม่ฉุดการส่งออกพลังงานบราซิลซึ่งเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ที่สุดในละตินอเมริกา ได้อานิสงส์จากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น แต่ในอีกด้านหนึ่ง สงครามดังกล่าวยังทำให้ประธานาธิบดีลุยซ์ อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา ต้องพยายามปกป้องผู้บริโภคจากต้นทุนในประเทศที่สูงขึ้น ผ่านการลดภาษีน้ำมันและการให้เงินอุดหนุนภาคการผลิตของบราซิลมีการส่งออกเพิ่มขึ้น 17.9% เมื่อเทียบรายปีในเดือนเมษายน โดยการส่งออกทั้งแร่เหล็กและน้ำมันต่างเติบโตจากราคาทั่วโลกที่สูงขึ้น เฮลรอน อัลเวส บรันเดา หัวหน้าสถิติและการศึกษาการค้าต่างประเทศของกระทรวงการค้า ระบุว่า การเติบโตดังกล่าวเกิดขึ้นแม้มีการเก็บภาษี 12% จากการส่งออกน้ำมันดิบตั้งแต่เดือนมีนาคม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามของรัฐบาลในการจำกัดผลกระทบของสงครามต่อราคาน้ำมันในประเทศ“แม้ว่าภาษีจะทำให้การส่งออกมีราคาแพงขึ้น บราซิลยังคงมีความสามารถในการแข่งขันสูงในการผลิตด้วยต้นทุนต่ำมาก” — เฮลรอน อัลเวส บรันเดา หัวหน้าสถิติและการศึกษาการค้าต่างประเทศของกระทรวงการค้า“ความต้องการจากต่างประเทศยังคงแข็งแกร่งและกำลังเติบโต” — เฮลรอน อัลเวส บรันเดา หัวหน้าสถิติและการศึกษาการค้าต่างประเทศของกระทรวงการค้าผลกระทบต่อบราซิล นักลงทุน และกลุ่มพลังงานสำหรับบราซิล การส่งออกที่ทำสถิติสูงสุดช่วยหนุนดุลการค้าและรายได้จากภาคส่งออก แต่ยังต้องเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนในประเทศที่สูงขึ้นจากราคาน้ำมัน ส่วนในเชิงกลุ่มอุตสาหกรรม กลุ่มพลังงานและภาคการผลิตที่เกี่ยวข้องกับแร่เหล็กและน้ำมันได้รับแรงหนุนจากราคาทั่วโลกที่สูงขึ้นสำหรับนักลงทุน ข่าวนี้สะท้อนว่าราคาสินค้าโภคภัณฑ์และนโยบายภาษีอาจเป็นตัวแปรสำคัญต่อรายได้ส่งออกของประเทศผู้ผลิต โดยเฉพาะในช่วงที่ความผันผวนของพลังงานยังมีอิทธิพลต่อทิศทางการค้าโลกสิ่งที่ต้องติดตามต่อจากนี้ติดตามว่าราคาน้ำมันดิบจะยังทรงตัวในระดับสูงต่อเนื่องหรือไม่ติดตามผลของภาษี 12% ต่อการส่งออกน้ำมันดิบในเดือนถัดไปติดตามมาตรการของรัฐบาลบราซิลในการลดต้นทุนพลังงานในประเทศลำดับเหตุการณ์ถัดไปที่ควรจับตา คือข้อมูลการส่งออกของเดือนถัดไปและมาตรการนโยบายที่เกี่ยวข้องกับพลังงาน ซึ่งจะช่วยบ่งชี้ว่าการเติบโตของการส่งออกยังได้รับแรงหนุนต่อเนื่องหรือเริ่มชะลอลง
TL;DR: บราซิลส่งออกเดือนเม.ย.แตะ 34.15 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 14.3% จากปีก่อน และเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 1997 ขณะที่ดุลการค้าเพิ่มขึ้น 37.5% มาอยู่ที่ 10.5 พันล้านดอลลาร์ โดยได้แรงหนุนจากราคาน้ำมันและแร่เหล็กที่สูงขึ้น แม้รัฐบาลยังเก็บภาษีส่งออกน้ำมันดิบ 12%ทำไมบราซิลส่งออกเดือนเม.ย.จึงทำสถิติสูงสุดบราซิลส่งออกเดือนเม.ย.ทุบสถิติสูงสุดรายเดือน หลังมูลค่าการส่งออกทั้งหมดอยู่ที่ 34.15 พันล้านดอลลาร์ จากข้อมูลของรัฐบาล ซึ่งเพิ่มขึ้น 14.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่ปี 1997 แรงหนุนสำคัญมาจากราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นจากสงครามในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะความขัดแย้งที่ยืดเยื้อในอิหร่าน รวมถึงราคาสินค้าโภคภัณฑ์อื่นอย่างแร่เหล็กที่ปรับตัวสูงขึ้นตามตลาดโลกขณะเดียวกัน ดุลการค้าของบราซิลเพิ่มขึ้น 37.5% ในช่วงเดียวกัน มาอยู่ที่ 10.5 พันล้านดอลลาร์ สะท้อนว่าภาคส่งออกยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศ แม้ภาพรวมจะเผชิญต้นทุนในประเทศที่สูงขึ้นจากราคาพลังงานภาษีน้ำมันดิบ 12% ยังไม่ฉุดการส่งออกพลังงานบราซิลซึ่งเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ที่สุดในละตินอเมริกา ได้อานิสงส์จากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น แต่ในอีกด้านหนึ่ง สงครามดังกล่าวยังทำให้ประธานาธิบดีลุยซ์ อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา ต้องพยายามปกป้องผู้บริโภคจากต้นทุนในประเทศที่สูงขึ้น ผ่านการลดภาษีน้ำมันและการให้เงินอุดหนุนภาคการผลิตของบราซิลมีการส่งออกเพิ่มขึ้น 17.9% เมื่อเทียบรายปีในเดือนเมษายน โดยการส่งออกทั้งแร่เหล็กและน้ำมันต่างเติบโตจากราคาทั่วโลกที่สูงขึ้น เฮลรอน อัลเวส บรันเดา หัวหน้าสถิติและการศึกษาการค้าต่างประเทศของกระทรวงการค้า ระบุว่า การเติบโตดังกล่าวเกิดขึ้นแม้มีการเก็บภาษี 12% จากการส่งออกน้ำมันดิบตั้งแต่เดือนมีนาคม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามของรัฐบาลในการจำกัดผลกระทบของสงครามต่อราคาน้ำมันในประเทศ“แม้ว่าภาษีจะทำให้การส่งออกมีราคาแพงขึ้น บราซิลยังคงมีความสามารถในการแข่งขันสูงในการผลิตด้วยต้นทุนต่ำมาก” — เฮลรอน อัลเวส บรันเดา หัวหน้าสถิติและการศึกษาการค้าต่างประเทศของกระทรวงการค้า“ความต้องการจากต่างประเทศยังคงแข็งแกร่งและกำลังเติบโต” — เฮลรอน อัลเวส บรันเดา หัวหน้าสถิติและการศึกษาการค้าต่างประเทศของกระทรวงการค้าผลกระทบต่อบราซิล นักลงทุน และกลุ่มพลังงานสำหรับบราซิล การส่งออกที่ทำสถิติสูงสุดช่วยหนุนดุลการค้าและรายได้จากภาคส่งออก แต่ยังต้องเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนในประเทศที่สูงขึ้นจากราคาน้ำมัน ส่วนในเชิงกลุ่มอุตสาหกรรม กลุ่มพลังงานและภาคการผลิตที่เกี่ยวข้องกับแร่เหล็กและน้ำมันได้รับแรงหนุนจากราคาทั่วโลกที่สูงขึ้นสำหรับนักลงทุน ข่าวนี้สะท้อนว่าราคาสินค้าโภคภัณฑ์และนโยบายภาษีอาจเป็นตัวแปรสำคัญต่อรายได้ส่งออกของประเทศผู้ผลิต โดยเฉพาะในช่วงที่ความผันผวนของพลังงานยังมีอิทธิพลต่อทิศทางการค้าโลกสิ่งที่ต้องติดตามต่อจากนี้ติดตามว่าราคาน้ำมันดิบจะยังทรงตัวในระดับสูงต่อเนื่องหรือไม่ติดตามผลของภาษี 12% ต่อการส่งออกน้ำมันดิบในเดือนถัดไปติดตามมาตรการของรัฐบาลบราซิลในการลดต้นทุนพลังงานในประเทศลำดับเหตุการณ์ถัดไปที่ควรจับตา คือข้อมูลการส่งออกของเดือนถัดไปและมาตรการนโยบายที่เกี่ยวข้องกับพลังงาน ซึ่งจะช่วยบ่งชี้ว่าการเติบโตของการส่งออกยังได้รับแรงหนุนต่อเนื่องหรือเริ่มชะลอลง