อินโดฯ เตรียมงัดกองทุน Stabilization Bond พยุงค่าเงินสัปดาห์หน้า

รูป อินโดฯ เตรียมงัดกองทุน Stabilization Bond พยุงค่าเงินสัปดาห์หน้า

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -8 พ.ค. 69 15:10 น.

อินโดนีเซียเตรียมเปิดใช้กองทุน Bond Stabilization Fund ในสัปดาห์หน้าเพื่อพยุงค่าเงินรูเปียห์ หลังอ่อนลงมากกว่า 4% ในปีนี้และทำสถิติใหม่เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ โดยรัฐบาลคาดว่ามาตรการนี้จะช่วยลดผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลลงราว 1% และเพิ่มเครื่องมือให้ธนาคารอินโดนีเซียดูแลเสถียรภาพค่าเงินได้มากขึ้น

มาตรการใหม่เพื่อพยุงรูเปียห์และตลาดพันธบัตร

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พูร์บายา ยูดี ซาดิวา กล่าวระหว่างการบรรยายประจำไตรมาสกับคณะกรรมการความมั่นคงของระบบการเงิน หรือ KSSK ว่ากองทุนดังกล่าวถูกออกแบบมาเพื่อช่วยลดแรงกดดันต่อทั้งค่าเงินและตลาดตราสารหนี้ พร้อมสนับสนุนให้ธนาคารอินโดนีเซียสามารถรักษาเสถียรภาพของเงินรูเปียห์ได้ในช่วงที่ตลาดยังผันผวน

เขาระบุว่าแรงกดดันต่อค่าเงินเกิดขึ้นในช่วงที่นักลงทุนกังวลเรื่องเงินทุนไหลออก ซึ่งเชื่อมโยงกับการปรับแก้ตลาดของผู้ให้บริการดัชนีระดับโลก เช่น MSCI และ FTSE Russell ขณะเดียวกัน อัตราดอกเบี้ยก็มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา ทำให้ภาวะการเงินโดยรวมตึงตัวมากขึ้น

แรงกดดันจากเงินทุนไหลออกและดอกเบี้ยที่สูงขึ้น

การอ่อนค่าของรูเปียห์กระตุ้นให้ประธานาธิบดี ประบูโว สุไบตันโต้ เรียกเจ้าหน้าที่ KSSK และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจ ไอรลังกา ฮาร์ตาร์โต เข้าหารือเกี่ยวกับแนวทางฟื้นเสถียรภาพของตลาด สะท้อนว่ารัฐบาลกำลังให้ความสำคัญกับความเสี่ยงด้านค่าเงินอย่างใกล้ชิด

ด้าน พอรี วาร์จิโย เจ้าหน้าที่ธนาคารอินโดนีเซีย กล่าวว่า ปัญหาการอ่อนค่าของรูเปียห์สามารถจัดการได้ทั้งในตลาดในประเทศและต่างประเทศ โดยมีแผนใช้มาตรการเพิ่มเติม เช่น การเข้มงวดเอกสารในการซื้อขายดอลลาร์จากเกณฑ์ 50,000 ดอลลาร์ เหลือ 25,000 ดอลลาร์ และให้ผู้ส่งออกนำรายได้จากการส่งออกฝากไว้ในธนาคารของรัฐเป็นระยะเวลาหนึ่งปี

ราห์มา กาฟมี ศาสตราจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์ ระบุว่ามาตรการของรัฐบาลสะท้อนว่าตลาดพันธบัตรกำลังเผชิญแรงกดดันอย่างมาก และยังส่งผลให้นักลงทุนต่างชาติเกิดผลขาดทุนจากการลงทุน ซึ่งเป็นอีกปัจจัยที่ต้องติดตามต่อเนื่องในช่วงถัดไป

ผลของ Stabilization Bond รูเปียห์ต่อพันธบัตรและเงินทุนต่างชาติ

หากกองทุน Stabilization Bond สามารถกดผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลลงได้ตามเป้าหมายราว 1% ก็อาจช่วยลดความตึงตัวของตลาดตราสารหนี้และเพิ่มความเชื่อมั่นในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์จะขึ้นอยู่กับระดับการไหลเข้าออกของเงินทุน ความเชื่อมั่นของนักลงทุน และการตอบสนองของตลาดพันธบัตรอินโดนีเซียต่อมาตรการใหม่

ในมุมของธนาคารกลางอินโดนีเซีย มาตรการนี้จะเพิ่มเครื่องมือในการดูแลค่าเงินทั้งในประเทศและต่างประเทศ แต่ยังต้องจับตาว่าการจำกัดเอกสารซื้อขายดอลลาร์และการบังคับให้ผู้ส่งออกฝากรายได้ไว้กับธนาคารของรัฐจะช่วยหนุน รูเปียห์ ได้มากน้อยเพียงใด

สิ่งที่ต้องติดตามในสัปดาห์หน้า

  • การเปิดใช้งานกองทุน Stabilization Bond ในสัปดาห์หน้า
  • ผลของการเข้มงวดเอกสารการซื้อขายดอลลาร์จาก 50,000 ดอลลาร์ เหลือ 25,000 ดอลลาร์ ต่อสภาพคล่องและความต้องการดอลลาร์
  • ผลของการให้ผู้ส่งออกนำรายได้จากการส่งออกฝากไว้ในธนาคารของรัฐเป็นระยะเวลาหนึ่งปี
  • ท่าทีของนักลงทุนต่างชาติและการเคลื่อนไหวของผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอินโดนีเซีย

มุมมองต่อเศรษฐกิจอินโดนีเซีย

มาตรการล่าสุดสะท้อนว่าทั้งค่าเงินและตลาดพันธบัตรของอินโดนีเซียกำลังเผชิญแรงกดดันพร้อมกัน โดยเฉพาะหลังรูเปียห์อ่อนค่ามากกว่า 4% ในปีนี้ ขณะที่รัฐบาลต้องเร่งสร้างเสถียรภาพให้ตลาดการเงินและลดความเสี่ยงจากเงินทุนไหลออก

สำหรับนักลงทุน การติดตามการเปิดใช้กองทุน Stabilization Bond และผลตอบรับของตลาดในช่วงแรกจะเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่ามาตรการนี้สามารถช่วยพยุงรูเปียห์และลดความตึงตัวของพันธบัตรได้จริงหรือไม่



แท็กที่เกี่ยวข้อง