มาตรการใหม่เพื่อพยุงรูเปียห์และตลาดพันธบัตร
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พูร์บายา ยูดี ซาดิวา กล่าวระหว่างการบรรยายประจำไตรมาสกับคณะกรรมการความมั่นคงของระบบการเงิน หรือ KSSK ว่ากองทุนดังกล่าวถูกออกแบบมาเพื่อช่วยลดแรงกดดันต่อทั้งค่าเงินและตลาดตราสารหนี้ พร้อมสนับสนุนให้ธนาคารอินโดนีเซียสามารถรักษาเสถียรภาพของเงินรูเปียห์ได้ในช่วงที่ตลาดยังผันผวน
เขาระบุว่าแรงกดดันต่อค่าเงินเกิดขึ้นในช่วงที่นักลงทุนกังวลเรื่องเงินทุนไหลออก ซึ่งเชื่อมโยงกับการปรับแก้ตลาดของผู้ให้บริการดัชนีระดับโลก เช่น MSCI และ FTSE Russell ขณะเดียวกัน อัตราดอกเบี้ยก็มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา ทำให้ภาวะการเงินโดยรวมตึงตัวมากขึ้น
แรงกดดันจากเงินทุนไหลออกและดอกเบี้ยที่สูงขึ้น
การอ่อนค่าของรูเปียห์กระตุ้นให้ประธานาธิบดี ประบูโว สุไบตันโต้ เรียกเจ้าหน้าที่ KSSK และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจ ไอรลังกา ฮาร์ตาร์โต เข้าหารือเกี่ยวกับแนวทางฟื้นเสถียรภาพของตลาด สะท้อนว่ารัฐบาลกำลังให้ความสำคัญกับความเสี่ยงด้านค่าเงินอย่างใกล้ชิด
ด้าน พอรี วาร์จิโย เจ้าหน้าที่ธนาคารอินโดนีเซีย กล่าวว่า ปัญหาการอ่อนค่าของรูเปียห์สามารถจัดการได้ทั้งในตลาดในประเทศและต่างประเทศ โดยมีแผนใช้มาตรการเพิ่มเติม เช่น การเข้มงวดเอกสารในการซื้อขายดอลลาร์จากเกณฑ์ 50,000 ดอลลาร์ เหลือ 25,000 ดอลลาร์ และให้ผู้ส่งออกนำรายได้จากการส่งออกฝากไว้ในธนาคารของรัฐเป็นระยะเวลาหนึ่งปี
ราห์มา กาฟมี ศาสตราจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์ ระบุว่ามาตรการของรัฐบาลสะท้อนว่าตลาดพันธบัตรกำลังเผชิญแรงกดดันอย่างมาก และยังส่งผลให้นักลงทุนต่างชาติเกิดผลขาดทุนจากการลงทุน ซึ่งเป็นอีกปัจจัยที่ต้องติดตามต่อเนื่องในช่วงถัดไป
ผลของ Stabilization Bond รูเปียห์ต่อพันธบัตรและเงินทุนต่างชาติ
หากกองทุน Stabilization Bond สามารถกดผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลลงได้ตามเป้าหมายราว 1% ก็อาจช่วยลดความตึงตัวของตลาดตราสารหนี้และเพิ่มความเชื่อมั่นในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์จะขึ้นอยู่กับระดับการไหลเข้าออกของเงินทุน ความเชื่อมั่นของนักลงทุน และการตอบสนองของตลาดพันธบัตรอินโดนีเซียต่อมาตรการใหม่
ในมุมของธนาคารกลางอินโดนีเซีย มาตรการนี้จะเพิ่มเครื่องมือในการดูแลค่าเงินทั้งในประเทศและต่างประเทศ แต่ยังต้องจับตาว่าการจำกัดเอกสารซื้อขายดอลลาร์และการบังคับให้ผู้ส่งออกฝากรายได้ไว้กับธนาคารของรัฐจะช่วยหนุน รูเปียห์ ได้มากน้อยเพียงใด
สิ่งที่ต้องติดตามในสัปดาห์หน้า
- การเปิดใช้งานกองทุน Stabilization Bond ในสัปดาห์หน้า
- ผลของการเข้มงวดเอกสารการซื้อขายดอลลาร์จาก 50,000 ดอลลาร์ เหลือ 25,000 ดอลลาร์ ต่อสภาพคล่องและความต้องการดอลลาร์
- ผลของการให้ผู้ส่งออกนำรายได้จากการส่งออกฝากไว้ในธนาคารของรัฐเป็นระยะเวลาหนึ่งปี
- ท่าทีของนักลงทุนต่างชาติและการเคลื่อนไหวของผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอินโดนีเซีย
มุมมองต่อเศรษฐกิจอินโดนีเซีย
มาตรการล่าสุดสะท้อนว่าทั้งค่าเงินและตลาดพันธบัตรของอินโดนีเซียกำลังเผชิญแรงกดดันพร้อมกัน โดยเฉพาะหลังรูเปียห์อ่อนค่ามากกว่า 4% ในปีนี้ ขณะที่รัฐบาลต้องเร่งสร้างเสถียรภาพให้ตลาดการเงินและลดความเสี่ยงจากเงินทุนไหลออก
สำหรับนักลงทุน การติดตามการเปิดใช้กองทุน Stabilization Bond และผลตอบรับของตลาดในช่วงแรกจะเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่ามาตรการนี้สามารถช่วยพยุงรูเปียห์และลดความตึงตัวของพันธบัตรได้จริงหรือไม่