มูลค่าการซื้อหุ้นคืนในญี่ปุ่นแตะ 22.32 ล้านล้านเยน ในปีการเงิน 2025 เพิ่มขึ้น 18% จากปีก่อน และเป็นสถิติใหม่ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 โดยบริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่ยังคงเดินหน้าซื้อหุ้นคืนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทุนและผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้น ขณะเดียวกันตลาดยังจับตาการแก้ไขรหัสการกำกับดูแลบริษัทของโตเกียวสต็อกเอ็กซ์เชนจ์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งอาจยกระดับแรงกดดันให้บริษัทญี่ปุ่นบริหารเงินสดอย่างมีวินัยมากขึ้น
ซื้อหุ้นคืนในญี่ปุ่นพุ่งต่อเนื่องเป็นปีที่ 5
การซื้อหุ้นคืนโดยบริษัทที่จดทะเบียนในญี่ปุ่นทำสถิติใหม่ในปีที่สิ้นสุดเดือนมีนาคม และเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 ตามข้อมูลการประกาศแผนซื้อหุ้นคืนที่อ้างอิงปีการเงิน 2025 มูลค่ารวมเพิ่มขึ้น 18% สู่ 22.32 ล้านล้านเยน หรือราว 142 พันล้านเหรียญสหรัฐ หลังจากที่ปีก่อนหน้าเพิ่มขึ้นถึง 85%
แรงหนุนสำคัญมาจากบริษัทขนาดใหญ่ที่ต้องการยกระดับ capital efficiency และเพิ่ม shareholder return ท่ามกลางกระแสกดดันด้าน corporate governance ที่เข้มข้นขึ้นในตลาดหุ้นญี่ปุ่น
บริษัทใหญ่เดินหน้าซื้อหุ้นคืนด้วยตัวเลขขนาดใหญ่
ในเดือนมีนาคม Recruit Holdings ประกาศแผนซื้อหุ้นคืนสูงสุด 350 พันล้านเยน โดยจะซื้อคืนได้ไม่เกิน 64 ล้านหุ้น คิดเป็น 4.58% ของหุ้นที่จำหน่ายอยู่ทั้งหมดไม่รวมหุ้นเงินสด บริษัทระบุว่าโครงการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามเพิ่มประสิทธิภาพของทุนและผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้น
ด้าน Toyota Group ก็กำลังดำเนินการเพื่อนำ Toyota Industries กลับมาเป็นเอกชน โดย Toyota Motor ได้ซื้อคืนสัดส่วนประมาณ 9% ของหุ้นในบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ที่ Toyota Industries ถืออยู่จนถึงวันที่ 27 เมษายน
ขณะเดียวกัน Shimamura ร้านค้าปลีกเสื้อผ้า ซื้อคืน 45.6 พันล้านเยน ในวันที่ 27 มกราคม ผ่านแพลตฟอร์มการซื้อขายนอกตลาด TSE สะท้อนว่ากระแส buyback ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมใดอุตสาหกรรมหนึ่ง
ทำไมซื้อหุ้นคืนในญี่ปุ่นจึงเป็นประเด็นสำคัญ
กระแสซื้อหุ้นคืนในญี่ปุ่นเริ่มเด่นชัดในเดือน มีนาคม 2023 เมื่อโตเกียวสต็อกเอ็กซ์เชนจ์เรียกร้องให้บริษัทต่างๆ คำนึงถึงต้นทุนทุนและราคาหุ้นมากขึ้น ทำให้ประเด็นเรื่องวินัยทางการเงิน การใช้เงินสด และการเพิ่มมูลค่าให้ผู้ถือหุ้นกลายเป็นหัวข้อสำคัญในตลาดทุนญี่ปุ่น
ปัจจุบันหน่วยงานบริการการเงินและตลาดหลักทรัพย์โตเกียวกำลังแก้ไขรหัสการกำกับดูแลบริษัท เพื่อยกระดับให้บริษัทจดทะเบียนพิจารณาว่าพวกเขาใช้เงินสดและทรัพยากรการบริหารอื่นๆ อย่างมีประสิทธิภาพสำหรับการลงทุนในอนาคตหรือไม่ ซึ่งอาจส่งผลต่อแนวโน้ม buyback ในระยะถัดไป
เคนจิ อาเบะ หัวหน้านักยุทธศาสตร์ของ Daiwa Securities กล่าวไว้ว่า "มีการให้น้ำหนักมากขึ้นในแนวทางการบริหารที่คำนึงถึงต้นทุนทุนและราคาหุ้น ซึ่งนำไปสู่การขยายผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหุ้น"
สัญญาณที่ต้องติดตามในตลาดหุ้นญี่ปุ่น
แม้ปีนี้จะยังเห็นการประกาศซื้อหุ้นคืนต่อเนื่อง แต่มีบริษัท 1,099 แห่ง ที่กำหนดโครงการซื้อหุ้นคืนในปีการเงิน 2025 ลดลง 5% จากปีก่อน สะท้อนสัญญาณบางประการของการลดผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้น
สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากบริษัทต่างๆ พยายามประเมินผลกระทบของ ภาษีนำเข้าของสหรัฐ ในปีที่ผ่านมา ขณะที่ต้นทุนที่สูงขึ้นจากการซื้อหุ้นคืนเมื่อราคาหุ้นปรับเพิ่มขึ้นก็มีบทบาทเช่นกัน
ผลกระทบต่อบริษัท นักลงทุน และตลาด
- ผลกระทบต่อบริษัท: สะท้อนแนวโน้มให้บริษัทญี่ปุ่นมุ่งใช้ทุนอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และเพิ่มผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้น
- ผลกระทบต่อ Sector/ตลาด: กระแสซื้อหุ้นคืนหนุนประเด็น corporate governance และอาจช่วยยกระดับความสนใจต่อหุ้นที่มีวินัยด้านทุน
- ผลกระทบต่อนักลงทุน: นักลงทุนอาจติดตามบริษัทที่มีโครงการซื้อคืนขนาดใหญ่ โดยเฉพาะบริษัทขนาดใหญ่ที่ประกาศแผนต่อเนื่อง
สิ่งที่ควรจับตาต่อจากนี้
- ติดตามการแก้ไขรหัสการกำกับดูแลบริษัทของหน่วยงานบริการการเงินและตลาดหลักทรัพย์โตเกียว
- ติดตามการประกาศซื้อหุ้นคืนรอบใหม่ของบริษัทจดทะเบียนในญี่ปุ่น โดยเฉพาะบริษัทขนาดใหญ่
- ติดตามผลของภาษีนำเข้าของสหรัฐและต้นทุนหุ้นที่ปรับเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจทำให้การซื้อหุ้นคืนชะลอลง