ทรัมป์เยือนจีนในสัปดาห์หน้าเพื่อพบสี จิ้นผิงที่ปักกิ่ง โดยการหารือจะโฟกัสเรื่องการค้า ไต้หวัน และเทคโนโลยี ขณะที่ตลาดจับตาความคืบหน้าของดีลลดภาษีและผลกระทบต่อหุ้นกลุ่มส่งออก เทคโนโลยี และสินทรัพย์เสี่ยง
เมื่อโดนัลด์ ทรัมป์เดินทางถึงปักกิ่ง เขาจะกลายเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนแรกที่เดินทางไปจีนขณะดำรงตำแหน่งในรอบเกือบสิบปี การพบกันครั้งนี้สะท้อนความสัมพันธ์ส่วนตัวที่ยังเหนียวแน่น แม้ทั้งสองประเทศยังมีประเด็นถกเถียงด้านการค้า ไต้หวัน และเทคโนโลยี และแม้ความหวังต่อความคืบหน้าจะอยู่ในระดับต่ำ นักลงทุนยังต้องติดตามทิศทางการเจรจาอย่างใกล้ชิด
ทรัมป์เยือนจีนและประเด็นที่ต้องหารือ
ทรัมป์และสีพบกันอย่างน้อยหกครั้งในช่วงสิบปีที่ผ่านมา โดยส่วนใหญ่เกิดขึ้นในเวทีประชุมระดับนานาชาติขนาดใหญ่ ความสัมพันธ์ของทั้งสองดำเนินต่อเนื่องแม้เผชิญความตึงเครียดจากสงครามภาษี การแพร่ระบาด และวิกฤติพลังงาน ขณะที่ประเด็นการค้า ไต้หวัน และเทคโนโลยียังคงเป็นหัวข้อหลักในการหารือรอบนี้
ทั้งสองฝ่ายยังวางแผนพบกันอีกสามครั้งในปีนี้ รวมถึงการเยือนวอชิงตันของสี การประชุมที่จะมีขึ้นในสัปดาห์หน้าจึงถูกมองว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการประเมินบรรยากาศเชิงการทูตและการค้าในรอบถัดไป
ความสัมพันธ์ระหว่างทรัมป์กับสีและผลต่อการค้าโลก
การพบกันครั้งแรกของทรัมป์และสีมีบรรยากาศเป็นกันเอง ก่อนจะเกิดเหตุโจมตีด้วยขีปนาวุธ 59 ลูกที่ฐานทัพอากาศซีเรีย ในการเยือนปักกิ่งครั้งต่อมา ทรัมป์ได้รับการต้อนรับอย่างดีเยี่ยม โดยกลายเป็นประธานาธิบดีคนแรกที่รับประทานอาหารในเขตต้องห้าม และมีการประกาศโครงการร่วมมูลค่ามากกว่า250,000 ล้านดอลลาร์
แม้ทั้งสองฝ่ายจะมีความเคารพซึ่งกันและกัน แต่ในช่วงที่ทรัมป์ดำรงตำแหน่งก็มีนโยบายที่ทำให้ความสัมพันธ์สั่นคลอน โดยเขากล่าวว่าความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจควรมีความยุติธรรมมากขึ้น ในการประชุมล่าสุดเมื่อเดือนตุลาคม 2025 ทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะพบกันอีกและมีข้อตกลงระยะยาวเกี่ยวกับการค้า โดยมีการปรับลดภาษีซึ่งสร้างความหวังให้กับหลายอุตสาหกรรมต่อผลลัพธ์จากการหาข้อยุติร่วมกัน
ผลกระทบต่อหุ้นและอุตสาหกรรม
ประเด็นการค้าและการปรับลดภาษีอาจสร้างความหวังให้กับหลายอุตสาหกรรม โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มส่งออก เทคโนโลยี และธุรกิจที่เชื่อมโยงกับการค้าโลก หากการหารือมีท่าทีผ่อนคลาย ตลาดอาจตีความเชิงบวกต่อบรรยากาศการลงทุนและสินทรัพย์เสี่ยง แต่หากเกิดความตึงเครียดเพิ่มขึ้น ก็อาจกดดัน sentiment ของตลาดโดยรวม
นักลงทุนควรติดตามความคืบหน้าของการเจรจา นโยบายภาษี และความเคลื่อนไหวด้านเทคโนโลยีระหว่างสหรัฐฯ-จีนอย่างใกล้ชิด เพราะประเด็นเหล่านี้มีนัยต่อหุ้นที่อิงเศรษฐกิจโลกโดยตรง
สิ่งที่ต้องติดตามจากทรัมป์เยือนจีน
- ประเด็นการค้า ไต้หวัน และเทคโนโลยีในการหารือรอบถัดไป
- ความเป็นไปได้ของการพบกันอีกสามครั้งในปีนี้ รวมถึงการเยือนวอชิงตันของสี
- ผลของการปรับลดภาษีต่อหลายอุตสาหกรรม
Timeline ถัดไปคือการประชุมที่จะมีขึ้นในสัปดาห์หน้า และแผนพบกันเพิ่มเติมในปีนี้ ซึ่งอาจเป็นตัวกำหนดทิศทางของความสัมพันธ์สหรัฐฯ-จีนในช่วงต่อจากนี้
มุมมองต่อผู้ลงทุน
สำหรับผู้ลงทุน ข่าวทรัมป์เยือนจีนเป็นสัญญาณที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ เพราะความคืบหน้าหรือความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ-จีนอาจส่งผลต่อหุ้นกลุ่มส่งออก เทคโนโลยี โลจิสติกส์ และธุรกิจที่พึ่งพาห่วงโซ่อุปทานโลก การติดตามรายละเอียดการเจรจาและถ้อยแถลงอย่างเป็นทางการจึงมีความสำคัญต่อการประเมินความเสี่ยงและโอกาสในตลาด